หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

ติวสอบ ครูผู้ช่วย

ติวสอบ ครูผู้ช่วย
ติวสอบครูผู้ช่วย

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา

ติวสอบ ผู้บริหารสถานศึกษา
ติวสอบผู้บริหารสถานศึกษา

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค
หนังสือ เตรียมสอบครูผู้ช่วย 40 เอก + ภาค ก-ข-ค

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558

นโยบายด้านการศึกษา ของพลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เรื่องใหม่น่าสนใจ 

-ครม.ประยุทธ์ 3  http://tuewsob.blogspot.com/2015/08/blog-post_23.html

-เขตที่เปิดสอบ-เกณฑ์สอบ-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย รอบ 2 / 2558

-รัฐธรรมนูญ 2557 แก้ไข ครั้งที่ 1 พ.ศ.2558

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558  

http://tuewsob.blogspot.com/2015/05/4-10-1-57.html


              ข้อสอบออนไลน์ ( สอบครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่  โดย  อ.นิกร

 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


   คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 284/2558
 การแถลงนโยบายด้านการศึกษา
ของพลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ 
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ27 สิงหาคม 2558


พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยพลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารฝ่ายการเมือง ร่วมแถลงนโยบายด้านการศึกษาผ่านระบบ Video Conference จากห้องประชุมชั้น 9 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2558 ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ พร้อมทั้งเชื่อมสัญญาณถ่ายทอดสดไปยังอินเทอร์เน็ต และห้องประชุมต่างๆ ภายในกระทรวงศึกษาธิการพร้อมกัน
 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอปวารณาตัวที่จะทำงานร่วมกันกับทุกท่านในกระทรวงศึกษาธิการ โดยขอเชิญชวนผู้บริหารทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค หลับตานึกย้อนอดีตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเรา จนเป็นเหตุให้รัฐบาลชุดนี้เข้ามาทำงาน ถือว่าเป็นการเข้ามาในสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ เพื่อมายุติความขัดแย้งและปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งในส่วนของการศึกษานั้น ถือว่าเป็นพื้นฐานของการปฏิรูปในทุกเรื่อง เริ่มจากการปฏิรูป 11 ด้านของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพราะการปฏิรูปการศึกษาจะเป็นพื้นฐานของความยั่งยืนในการปฏิรูปประเทศซึ่งต้องใช้เวลานานและมีแผนงานทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง ระยะยาว งานของกระทรวงศึกษาธิการจึงต้องมีแผนปฏิรูปทั้ง 3 ระยะเช่นกันด้วย
ดังนั้น ขอให้ทุกคนตระหนักว่าห้วงเวลานี้ไม่ใช่ห้วงเวลาปกติที่ทุกคนจะทำงานแบบปกติ แต่ต้องทำงานแข่งกับเวลา ขอให้ละทิ้งความขัดแย้งและหันมามองนักเรียนตัวน้อยๆ ซึ่งก็คือลูกหลานของเรา เพื่อปฏิรูปงานด้านการศึกษา อันจะส่งผลให้ลูกหลานของเรามีชีวิตที่สดใสและสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้
ต่อจากนี้ อาจจะต้องรบกวนเวลาทุกคนมากขึ้น เพราะมีงานเร่งด่วนที่จะต้องทำ มีงานที่ต้องการผลลัพธ์มากขึ้นและเร็วขึ้น โดยภายหลังรับฟังนโยบายแล้ว ขอให้หัวหน้าส่วนราชการแปลงนโยบายไปสู่แผนงานในขอบเขตความรับผิดชอบของตนเอง

จุดเน้นและแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษา ประกอบด้วย 2 ส่วน
1. กระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 “ให้ครูรักเด็กและเด็กรักครู”
 “ให้ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แต่ให้แข่งกับตัวเอง ให้เด็กที่เรียนเก่งกว่า ช่วยสอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า”
 “ให้ครูจัดกิจกรรมให้เด็กทำร่วมกัน เพื่อให้เห็นคุณค่าของความสามัคคี”
 2. นโยบายนายกรัฐมนตรี
1) ทำให้เร็ว มีผลสัมฤทธิ์ภายในเดือนกันยายน 2559 ให้มากที่สุด ที่เหลือส่งต่อให้รัฐบาลต่อไป
2) ประชาชน สังคมพึงพอใจ ประเทศได้คนมีคุณภาพ
3) ปรับ ลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของกระทรวงศึกษาธิการลง
4) เร่งปรับหลักสูตร/ตำราแต่ละกลุ่มให้เหมาะสม การพิมพ์ตำราต้องคุ้มราคา
5) ผลิตคนให้ทันกับความต้องการของประเทศ จบแล้วต้องมีงานทำ เข้าทำงาน AEC ให้ทันปีนี้ ช่วยแก้ไขปัญหาว่างงาน และปัญหาสังคมได้
6) ปรับหลักสูตร ทำให้เด็ก ครู ผู้ปกครองมีความสุข
7) ใช้สื่อการสอน กระตุ้นผู้เรียนเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้กับเด็ก
8) ลดความเหลื่อมล้ำ จัดการศึกษาให้ทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ
9) นำระบบ ICT เข้ามาใช้จัดการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมและกว้างขวาง
10) เรียนไม่ใช่เพื่อสอบ แต่เรียนให้ได้ทักษะชีวิต อยู่ในยุคโลกไร้พรมแดน
นโยบายด้านการศึกษา
 นโยบายทั่วไป
1. การจัดทำแผนงานโครงการเริ่มใหม่
- ต้องเข้าใจจุดหมายว่าทำเพื่ออะไร
- ต้องวาดภาพงานลงในรายละเอียดให้เห็นว่า อะไรคืองานหลัก แล้วมีงานรองอะไรบ้างที่ต้องทำเพื่อให้บรรลุงานหลัก อะไรที่ต้องทำก่อน อะไรที่ต้องทำที่หลัง
- ต้องมีฐานข้อมูลที่แน่น เช่น จะผลิตนักศึกษาอาชีวะ ต้องรู้ว่าตลาดต้องการสาขาอะไรบ้าง แต่ละสาขา ต้องการกี่คน ฐานข้อมูลที่ดีจะทำให้การวิเคราะห์แม่นยำ
2. การปรับปรุงแผนงาน/โครงการเดิมที่ไม่สัมฤทธิ์ผล
- หาปัญหาที่ผ่านมาทำไมทำไม่สำเร็จ เช่น ปัญหาอยู่ที่อายุของนักเรียน ปัญหาอยู่ที่ครู ปัญหาอยู่ที่พ่อแม่ ปัญหาอยู่ที่สภาวะแวดล้อม เพราะบางครั้งไม่สามารถแก้ได้ด้วยวิธีใดวิธีเดียว
3. แผนงาน/โครงการพระราชดำริ
- โครงการอะไรบ้างที่กระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบโดยตรง
- โครงการไหน เป็นดำริของพระองค์ใด ทำแล้ว และกระทรวงศึกษาธิการให้การสนับสนุนอย่างไร
4. งบประมาณ
- โดยเฉพาะงบลงทุน ให้วางแผนโครงการในงบลงทุนในไตรมาสแรกมาเลย
- การเสนองบกลางให้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การทำแผนงานโครงการบางอย่างไม่ต้องใช้งบประมาณใช้งบปกติที่ได้รับ และการปรับแผนงานที่ไม่ได้ผลสัมฤทธิ์
- โปร่งใส ตรวจสอบได้
- ในงานบางโครงการต้องมีการบูรณาการงบประมาณข้ามแท่ง ก่อนไปบูรณาการกับสำนักงบประมาณ
5. เน้นการสื่อสารภายในและภายนอกองค์กร
- จัดให้มีช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นระบบ นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย (การประชุมทางไกล โปรแกรมไลน์ ฯลฯ) เพื่อใช้ในการสร้างความเข้าใจในองค์กร สามารถถ่ายทอดคำสั่งไปยังหน่วยรองได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว สามารถรายงานเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
- ทุกหน่วยต้องจัดให้มีแผนการประชาสัมพันธ์ ทั้งเสมาสนเทศ และประชาสนเทศ
6. อำนวยการเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
 เช่น การเกิดอุบัติเหตุในโรงเรียน/นอกโรงเรียน, ผู้บริหารถูกกล่าวหา, การรวมตัวกันต่อต้านผู้อำนวยการโรงเรียน นักเรียนปวดท้องอาเจียนยกชั้น โรงเรียนถูกขู่วางระเบิด เกิดวาตภัย ฯลฯ ให้ทุกหน่วยไปกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติ (อาจจะมีอยู่แล้วให้ไปปรับปรุงหรือทำการซักซ้อม) อย่างน้อยต้องมีรายละเอียด
- ใครต้อง Take Action
- การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ระยะสั้น และระยะยาวทำอย่างไร
- การรายงานด่วน ฯลฯ
7. การร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคม
- ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมให้ครบวงจร เช่น เข้ามาร่วมกำหนดหลักสูตร
- การรับนักเรียนเข้าไปทำงานขณะที่ยังศึกษาอยู่ การรับนักเรียนเมื่อจบการศึกษา
8. จะให้ความสำคัญกับการบริหารงานส่วนภูมิภาคและเขตพื้นที่ต่างๆ ของแต่ละแท่งเข้าทำงาน
- ทบทวนบทบาทหน้าที่
- สิ่งใดที่ต้องรู้ และยังไม่รู้
- สิ่งอำนวยความสะดวกพอเพียงหรือไม่
9. โครงการจัดอบรมสัมมนา ต้องตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ ใครควรเข้าร่วมการสัมมนา
- ผลลัพธ์ที่ต้องการ เนื้อหาต้องสัมพันธ์กับเวลา
10. ยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษในทุกหลักสูตร
11. ให้มีการนำ ICT เข้ามาใช้ในการบริหารงานในกระทรวงอย่างกว้างขวาง
 ปัจจุบันได้ดำเนินการศูนย์ศึกษาทางไกล (DL Thailand) ให้บูรณาการเข้ากับสถานีวิทยุเพื่อการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ (ETV) และเครือข่ายของอุดมศึกษาโดยใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร เพื่อใช้ในการจัดการศึกษา การเสมาสนเทศ และการประชาสนเทศ
12. ให้ความสำคัญกับเทคนิคการสอนและการสื่อ
13. ให้ความสำคัญกับบรรยากาศในการทำงาน
- ให้ความสำคัญกับการประดับธงประจำพระองค์ของพระราชวงศ์ไทย และธงชาติไทยในหน่วยงานและสถานศึกษาต่างๆ
- ความสะอาดในพื้นที่รับผิดชอบทุกระดับในเขตพื้นที่
- การรักษาความปลอดภัย
- แผนเผชิญเหตุ
14. ให้ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนของครู
เพื่อให้ครูมีเวลาทุ่มเทให้กับการเรียนการสอนของนักเรียนอย่างจริงจัง
15. การประเมินเพื่อความก้าวหน้าต้องสอดคล้องกับผลการพัฒนาผู้เรียน ทั้งความรู้และคุณลักษณะและทักษะชีวิต
16. การแก้ไขปัญหาการจัดการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ
- โครงการเร่งรัดการขับเคลื่อนตามแผนการจัดการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะโครงการสานฝันการกีฬาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้
17. ให้ลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน การนำเด็กนักเรียน ครู ออกนอกห้องเรียน
- สามารถดำเนินการได้ หากเป็นการทัศนศึกษาหรือเสริมสร้างประสบการณ์ เช่น รำอวยพร การแสดง
- ไม่มีนโยบายให้ครู นักเรียน ต้องออกไปยืนต้อนรับผู้บริหาร
 นโยบายด้านการอาชีวศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา)
1. การเปลี่ยนค่านิยมอาชีวะของผู้ปกครองและนักเรียนให้หันมาเข้าสู่ระบบอาชีวะมากยิ่งขึ้น
- ทวิศึกษา เป็นการจัดการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จบแล้วได้วุฒิการศึกษา 2 ใบ สามารถออกไปประกอบอาชีพได้
- ความร่วมมือกับสถานประกอบการ เป็นการจัดการศึกษาระหว่างสถานประกอบการและสถานศึกษา โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริงและเมื่อจบการศึกษาแล้ว สามารถประกอบอาชีพได้ทันที
- การลดเรื่องการทะเลาะวิวาท เพื่อสร้างความปลอดภัย
- ให้ความสนใจกับนักศึกษาทุกคนอย่างทั่วถึง
- ให้โอกาสนักศึกษาเข้าฝึกงานในสถานประกอบการ เพื่อเป็นการสร้างนิสัยในการรักการประกอบอาชีพ การตรงต่อเวลา ความอดทน ความมั่นใจตนเอง และมองถึงอนาคตข้างหน้า
2. การทำให้วิทยาลัยอาชีวะมีความเป็นเลิศเฉพาะด้าน
- ให้มีการจัดการศึกษาทางด้านเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์
- การจัดการศึกษาด้านปิโตรเคมี
- การท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร มัคคุเทศก์
- การจัดหลักสูตรเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศด้านสาธารณูปโภค และอื่นๆ เช่น การเปิดสอนหลักสูตรเกี่ยวกับระบบราง หลักสูตรการซ่อมแซมยุทโธปกรณ์ และหลักสูตรเกี่ยวกับการบิน
3. จัดการศึกษาอาชีวะมาตรฐานสากล
การจัดการอาชีวศึกษาอาเซียน ร่วมมือกับกลุ่มประเทศอาเซียน รวมทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรปบางประเทศ ได้แก่ อังกฤษ เดนมาร์ก เยอรมัน

นโยบายด้านการอุดมศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา)

1. กำหนดบทบาทการผลิตนักศึกษาให้ชัดเจน ตามความถนัดและความเป็นเลิศของแต่ละสถาบัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน
2. Outcome ที่สถาบันอุดมศึกษาควรมี เช่น การวิจัยพัฒนาจนเกิดเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากทรัพยากรท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าการส่งออกของประเทศ
3. สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้แก่โรงเรียนในการพัฒนาท้องถิ่น

นโยบายด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)

1. การแก้ไขปัญหาเด็กประถม อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้
- ปรับปรุงวิธีการเรียนการสอนที่เห็นผลสัมฤทธิ์ชัดเจน เช่น การสอนแบบแจกลูกสะกดคำโดยใช้แนวการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการสมอง (BBL)
- กำหนดเป้าหมายให้นักเรียนชั้น ป.1 ต้องอ่านออกเขียนได้ ชั้น ป.2 ขึ้นไปต้องอ่านคล่องเขียนคล่อง เป็นต้น
2. การดูแลเด็กออกกลางคัน
- การดูแลเด็กออกกลางคันให้ได้รับการศึกษาภาคบังคับ เช่น ต้องมีฐานข้อมูลเรื่องนี้ หากเด็กจบออกไปต้องมีระบบติดตามดูแล และหากเด็กออกไปทำงานที่ใด ต้องสนับสนุนให้เรียนต่อในสถานศึกษาของ กศน.
3. ปรับปรุงหลักสูตร
- การลดเวลาเรียน ลดการบ้านนักเรียน ให้นักเรียนเรียนอย่างมีความสุข แต่ไม่ใช่เวลาเหลือแล้วไปจัดกิจกรรมที่เพิ่มภาระหรือเพิ่มการบ้านให้นักเรียนอีก
- ไม่ใช่การเรียนเพื่อมาสอบอย่างเดียว
- ต้องสร้างภูมิต้านทานให้กับเด็กยุคโลกไร้พรมแดน ให้นักเรียนคิด/ปฏิบัติมากกว่าท่องจำ
4. การแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก
- การแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูสอนไม่ครบชั้นเรียน
- ใช้การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLIT) อย่างจริงจังเต็มรูปแบบ ส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนไกลกังวลให้เป็นโรงเรียนต้นทางที่มีคุณภาพ
5. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
- ใช้โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกล DLTV และผ่าน ICT ด้วย DLIT
6. การประเมินครู/นักเรียน/โรงเรียน
- การประเมินครู/นักเรียน/โรงเรียน หาความสมดุล ระหว่างการควบคุมคุณภาพการศึกษากับภาระงานของครูที่ต้องเพิ่มขึ้น ตลอดจนปรับปรุงการคัดสรรครู ผู้บริหาร การประเมินวิทยฐานะให้เหมาะสม อาจจัดโมบายทีมจากส่วนกลาง เพื่อลดภาระครูหรือนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย
7. การดูแลรักษาสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ในหน่วยงานและสถานศึกษา
- ควรจัดให้มีระบบในการดูแลรักษาสิ่งของทั้งหมดอย่างแน่นหนา ไม่ว่าจะเป็นอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ ตลอดจนครุภัณฑ์ต่างๆ ประกอบด้วย 1) ระบบการจัดหา-แจกจ่าย โดยจะต้องมีตรรกะ-มีเหตุมีผลในการแจกจ่าย ไม่ใช่แจกจ่ายตามความเสน่หา จะทำให้เกิดการเลียแข้งเลียขากัน เป็นเรื่องที่ไม่ดี 2) ระบบการซ่อมบำรุง ควรตั้งทีมเฉพาะขึ้นมาเพื่อบำรุงดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องทุกวงรอบการใช้งาน พร้อมทั้งมีการรายงานผลการตรวจด้วย โดยเฉพาะยานพาหนะจะต้องมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน เพื่อให้การบำรุงรักษามีความต่อเนื่อง 3) การจำหน่าย เพื่อที่จะได้จัดซื้อทดแทน
8. การดูแลเรื่องสวัสดิการ
- ให้ความสำคัญกับการบรรจุ โยกย้าย เลื่อนตำแหน่ง วิทยฐานะ
- การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูจำนวนกว่าล้านล้านบาท ขณะนี้ได้มีการวางแนวทางและจัดระบบแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ร่วมกับธนาคารออมสินแล้ว จึงขอฝากให้ครูใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต รู้จักใช้ รู้จักเก็บ ไม่แก่งแย่งแข่งขันกัน ขอให้ครูพยายามลดหนี้ลง ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างจิตสำนึกในการใช้จ่ายให้กับลูกหลานของตัวเองด้วย
9. การขยายโครงการธนาคารขยะในสถานศึกษา
- ปลูกฝังการคัดแยกขยะและทิ้งขยะให้ถูกที่แก่นักเรียน นิสิตนักศึกษาในทุกระดับการศึกษาและทุกสังกัด
- ขยายโครงการธนาคารขยะในโรงเรียนสังกัด สพฐ. 38,000 แห่งทั่วประเทศ โดยมอบ สพฐ.ศึกษารายละเอียดเพื่อหาแนวทางขยายโครงการธนาคารขยะให้ครบทุกโรงเรียนภายในปี2558
 นโยบายด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย)
 1. การจัดการศึกษาเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา และส่งเสริมให้ประชาชนที่พลาดโอกาสทางการศึกษาในระบบโรงเรียน
 ทั้งในระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย
 2. เร่งสร้างค่านิยมอาชีวศึกษา
โดยจัดโครงการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษา และมัธยมศึกษาตอนปลายของสำนักงาน กศน. เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
3. จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้
เพื่อให้คนทุกช่วงวัยได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ
 4. ดำเนินการปลูกฝังและสร้างอุดมการณ์ให้นักศึกษา กศน.และประชาชน มีความตระหนักในความเป็นชาติ กระตุ้นให้เกิดความรักชาติ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
5. กำหนดให้ กศน.ตำบล เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเชื่อมประสานระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน
6. พัฒนาคนทุกช่วงวัย
โดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้สามารถมีความรู้และทักษะใหม่ที่สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายตามแนวโน้มการจ้างงานในอนาคต
 แนวทางการทำงาน
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้แนวทางการทำงาน 3 ลักษณะ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาข้างต้นทั้งหมด ได้แก่
ทำงานแบบ Hit the Point กล่าวคือ งานทุกงานต้องฉีกปัญหาให้ขาด ตีโจทย์ให้แตก ตลอดจนหากิจเฉพาะและกิจแฝงให้เจอ เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
- ทำงานแบบ Dynamic หมายถึงการขับเคลื่อนงานตลอดเวลา หยุดไม่ได้ เมื่อมีการสั่งงานไปแล้ว จะไม่หยุดนิ่งอย่างแน่นอน จะขับเคลื่อนงาน ดูแล และช่วยแก้ปัญหา หากงานนั้นต้องข้ามแท่ง ก็จะต้องข้าม อย่าไปหยุดและจะไม่มีหยุด
- ทำงานแบบ Lively คือการทำงานแบบมีชีวิตจิตใจ ซึ่งการจะทำงานแบบนี้ได้ ผู้ร่วมงานต้องมีความเข้าใจเนื้องานตรงกับเรา จึงพยายามที่จะสร้างให้ทุกท่านเข้าใจเนื้องานที่จะทำ สร้างให้เห็นประโยชน์ร่วมกันกับสิ่งที่กำลังทำ เมื่อเข้าใจตรงกันและเห็นประโยชน์ร่วมกัน เราก็จะมีความสุขที่จะทำ เพราะใจเราจะไม่ต่อต้าน ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุข และจะมีชีวิตจิตใจในการทำงาน
ทั้งนี้ ต้องการให้เกิดการขับเคลื่อนร่วมกันทุกระดับชั้น ตั้งแต่ผู้บริหารองค์กรหลัก ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จนถึงผู้อำนวยการสถานศึกษาต่างๆ ที่จะต้องขับเคลื่อนตามกันไปทั้งหมด

ที่มา ; เว็บสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


    คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

ฟรี... ห้องเตรียมสอบ-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

" ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 
เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
(เตรียมสอบครู-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ ชื่นชมเจ้าหน้าที่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีระเบิดราชประสงค์วอนสื่อและนักเลงคีย์บอร์ดอย่าวิจารณ์เกินเลยรอฟังผลการสอบสวนที่ชัดเจน

เรื่องใหม่น่าสนใจ 

-ครม.ประยุทธ์ 3

-เขตที่เปิดสอบ-เกณฑ์สอบ-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย รอบ 2 / 2558

-รัฐธรรมนูญ 2557 แก้ไข ครั้งที่ 1 พ.ศ.2558

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558


              ข้อสอบออนไลน์ ( สอบครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่  โดย  อ.นิกร



 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


   คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ ชื่นชมเจ้าหน้าที่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีระเบิดราชประสงค์วอนสื่อและนักเลงคีย์บอร์ดอย่าวิจารณ์เกินเลยรอฟังผลการสอบสวนที่ชัดเจน

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ ชื่นชมเจ้าหน้าที่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีระเบิดราชประสงค์วอนสื่อและนักเลงคีย์บอร์ดอย่าวิจารณ์เกินเลยรอฟังผลการสอบสวนที่ชัดเจน

พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีฝากแสดงความชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องในการคลี่คลายคดีลอบวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ หลังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุวางระเบิดได้แล้วในช่วงบ่ายวันนี้
"ท่านนายก ฝากแสดงความชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอย่างหนักต่อเนื่องหลายวัน จนนำไปสู่ความคืบหน้าของคดีอย่างมากในวันนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ท่านนายกฯเป็นห่วงอย่างมากในขณะนี้คือ การรายงานข่าวของสื่อมวลชน ที่เสนอบทวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ จนอาจจะเกินเลยความเป็นจริง และกลายเป็นทำให้ประเทศต้องมีศัตรูหรือสร้างศัตรูจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของการรายงานข่าวนั้น รวมไปถึงการแสดงความคิดเห็น หรือการวิเคราะห์ ต่างๆในโลกโซเซี่ยลมีเดีย ที่อาศัยการคาดเดาเป็นหลัก ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ลักษณะนี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้
จึงอยากขอให้ทุกฝ่ายติดตามผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ และการแถลงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งมีประจำทุกวัน เพื่อป้องกันความสับสนและความคลาดเคลื่อนของข้อมูล"

ที่มา ; เว็บ  สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


    คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

ฟรี... ห้องเตรียมสอบ-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

" ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 
เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
(เตรียมสอบครู-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

รายการคืนความสุขให้คนในชาติ

เรื่องใหม่น่าสนใจ 

-ครม.ประยุทธ์ 3

-เขตที่เปิดสอบ-เกณฑ์สอบ-กำหนดการสอบครูผู้ช่วย รอบ 2 / 2558

-รัฐธรรมนูญ 2557 แก้ไข ครั้งที่ 1 พ.ศ.2558

- พรบ.เงินเดือนใหม่ข้าราชการครูฯ พ.ศ.2558


              ข้อสอบออนไลน์ ( สอบครู - ผู้บริหาร - บุคลากรการศึกษาชุดใหม่  โดย  อ.นิกร



 เตรียมสอบ บน ยูทูป ทั้งหมด ได้ที่

 ติวสอบ บน ยูทูป


   คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

รายการคืนความสุขให้คนในชาติ

รายการคืนความสุขให้คนในชาติ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2558 เวลา 20.15 น.
สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้นำคณะรัฐมนตรีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ ห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งก็ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม เป็นสิริมงคลแก่ผมและคณะรัฐมนตรีอย่างสูงสุด
ส่วนในเรื่องของการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้นั้น ก็ปรับเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งในประเทศ และสถานการณ์โลก และช่วงนี้ก็เป็นช่วงระยะที่ 2 ของรัฐบาลด้วย วันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ทั้งภายในประเทศด้วย ก็มีการผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา ความมั่นคงด้วย ทั้งนี้ การเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีของผมครั้งนี้นั้น ไม่หวังว่าจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมอะไรต่าง ๆ ทั้งสิ้น ผมต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ได้และก็สร้างความเชื่อมั่นในการทำงานของคณะรัฐมนตรีของเรา ทั้งในชุดที่ 1 ชุดที่ 2 และชุดที่ 3 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ทุกอย่างทำต่อเนื่องกันมาโดยตลอด ชุดที่ผ่านมานั้น ก็เป็นผู้วางรากฐาน ทำงานท่ามกลางปัญหา ข้อขัดแย้งมากมาย ได้มีการกำหนดนโยบายใหม่ ๆ แก้ไขปัญหาเดิมที่ติดขัด นโยบายเร่งด่วนที่ผมได้กำหนดขึ้น และขณะนี้อยากให้รัฐมนตรีชุดใหม่นี้เข้ามาขับเคลื่อนทำให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็วขึ้น เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ภาคเอกชน รวมทั้งนักลงทุนทั้งไทยและชาวต่างประเทศ จะต้องมีการวางแผนการดำเนินการที่ชัดเจน กำหนดระยะเวลาที่จะได้ผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมในทุกมิติ ดูในเรื่องของความโปร่งใส มีประสิทธิภาพของการทำงาน ในเรื่องของโครงการทุกโครงการจะต้องปลอดจากการทุจริต
การประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุดนั้น ผมได้ย้ำถึงนโยบายของรัฐบาลนี้ ว่าเราจะไม่ยอมรับการทุจริตคอรัปชั่นโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองชุดใหม่นี้ ผมได้กำชับให้คณะรัฐมนตรีทุกคนเน้นความรอบคอบ และระมัดระวังในเรื่องของการแต่งตั้งที่ปรึกษาและตำแหน่งอื่น ๆ จะต้องไม่มีข้าราชการการเมืองคนใดไปแอบอ้างหรือไปกระทำการใด ๆ ที่ส่อไปในทางทุจริตเด็ดขาด รวมทั้งจะต้องวางบทบาทตนเองให้ถูกต้องเหมาะสม ไม่ใช่ไปนั่งเป็นประธานหัวโต๊ะสั่งการแทนรัฐมนตรีไม่ได้ ไม่มีอำนาจในการสั่งการแทนรัฐมนตรี เพราะมีรัฐมนตรีช่วยกันอยู่แล้ว การทำงานของข้าราชการนั้น ต้องเป็นไปตามสายบังคับบัญชาเท่านั้น ไม่ต้องเอาตำแหน่งหน้าที่ไปแสวงผลประโยชน์ส่วนตัว สร้างความสำคัญไม่ได้ทั้งนั้น ข้าราชการ การเมืองทุกคนนั้นจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในกรอบของกฎหมาย ระเบียบ กติกา และประพฤติตนตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการ การเมืองอย่างเคร่งครัด
นอกจากนั้น ผมยังได้ย้ำให้กระทรวงต่าง ๆ สร้างการรับรู้กับประชาชนให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของนโยบายของรัฐที่จะมีผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน เช่น เรื่องพลังงาน โรงไฟฟ้า โรงงานกำจัดขยะ และอื่น ๆ อีกมากมาย การปรับครั้งนี้ ก็อยากให้มองว่าไม่ใช่ว่าเราต้องการอำนาจ เพียงแต่จำเป็นต้องอยู่ในกลุ่มงานที่เหมาะสม ทหารจะอยู่ตรงไหน พลเรือนจะอยู่ตรงไหน ให้เหมาะสมกับระยะที่ 2 ในระยะที่ 1 เราจะเน้นเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก เมื่อขณะนี้ ก็มีเสถียรภาพแล้ว เมื่อเริ่มต้นไปแล้ว ชุดต่อไปก็จะต้องให้เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาทำงานต่อ มีการปรับปรุง พัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ที่อาจจะมีผลกระทบ ในขณะนี้ก็คือเรื่องการหมุนเวียนที่จำเป็นต้องปรับออกไปบ้าง ไม่ได้ด้วยความขัดแย้งหรืออย่างอื่น ยังให้ความเคารพอยู่เสมอ และพร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษาของท่านเหล่านั้น เพราะท่านทำงานกับผมในระยะแรกเป็นที่น่าพอใจ ที่ผ่านมานั้นต้องแก้ทั้งปัญหา แก้กฎหมาย กระบวนการบริหารจัดการทั้งหมด ที่วุ่นวายสับสนอยู่ การจัดระเบียบข้าราชการ ซึ่งอาจจะทำให้สังคม หรือประชาชนส่วนหนึ่งมีความรู้สึกว่าช้า ไม่ทันการ รัฐบาลนี้มีอำนาจมากมายทำไมทำช้า ไม่ทันใจ ก็ขอให้เข้าใจด้วย เราไม่สามารถทำทุกอย่างให้รวดเร็วโดยที่ไม่มีการไตร่ตรอง หรือใคร่ควรให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาในห้วงต่อไป
ระยะแรกนั้น การปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง การปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่ออนาคต ได้เริ่มกันไว้มากพอสมควรแล้ว ขณะนี้เป็นระยะต่อไปที่จะต้องเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะในเรื่องของการปฏิรูป ซึ่งจะต้องนำแนวทางของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มาศึกษาดู อะไรที่ทำได้เราจะทำไปเลย ทั้งนี้จะต้องแบ่งระยะให้ถูกต้อง กำหนดโรดแมป กำหนดผู้กระทำ ความรับผิดชอบ ในช่วงที่ 2 ที่ผ่านมาก็ทำไปบ้างแล้ว วันนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่เข้ามาก็กำลังทำต่อ
เพราะฉะนั้นบางอย่างทำได้เลย ก็ทำไปแล้ว บางอย่างที่กำลังเริ่มก็เริ่มอยู่ พูดหลายครั้งแล้ว บางอย่างก็มีการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งจะต้องชัดเจนในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านคณะกรรมการ กรรมาธิการ 3 คณะด้วยกัน กว่าจะออกมาเป็นกฎหมายได้ อะไรที่จำเป็นผมก็ใช้มาตรา 44 ไปก่อน แต่กฎหมายที่เราออกตามมาก็ทำนองเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรวดเร็วเป็นไปตามกฎระเบียบ
เรื่องของการปฏิรูปการทำงานของรัฐบาลนั้น วันนี้ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อจะบูรณาการการทำงานร่วมกันให้ได้ในทุกกระทรวง ในกระทรวงตนเองก็ต้องเป็นเรื่องของทุกกรม ไม่แบ่งเป็นพรรค เป็นฝ่าย แบบที่เคยเป็นมาในอดีต มีการจัดสรรแบ่งงบประมาณแยกไปทำกันเอง อย่างนั้นไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำให้เกิดการบูรณาการให้ได้ นี่คือสิ่งที่เรียกว่าปฏิรูปเหมือนกัน ไม่มีการทำงานซ้ำซ้อน ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ หากการบูรณาการทำไม่ได้จริง ๆ ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณเป็นจำนวนมากโดยไม่จำเป็น ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ แทนที่จะนำงบประมาณตรงนี้ไปให้ตรงโน้นบ้างอะไรบ้าง ก็รวมไปบางที่บางทางจนไม่ทั่วถึง เพราะฉะนั้นต้องเชื่อมโยงกันให้ได้ ทั้งในส่วนการประสานงานระหว่างกระทรวง การประชุมร่วมกัน หรือแม้กระทั่งทาง social media ในเรื่องของการเชื่อมโยงทางระบบคอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูล ต่าง ๆ ต้องใช้ร่วมกันทั้งหมด ไม่อย่างนั้นก็ต่างคนต่างทำ ไปไม่ได้
เรื่องของการบริหารจัดการระบบน้ำ วันนี้ก็ใช้คณะทำงานที่มาจากทุกกระทรวง เดิมตั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีผู้รับผิดชอบเป็นทหาร วันนี้ใช้คณะทำงานของรัฐบาล มีรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีผู้แทนจากทุกกระทรวงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของงานในแต่ละกลุ่มงานนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานตาม routine ตาม Function อันนั้นเป็นเรื่องของการทำงานของรัฐบาลปกติอยู่แล้ว ในส่วนของนโยบายเร่งด่วน นโยบายใหม่ ๆ ก็จะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบในเรื่องนั้น ๆ ในการกำกับดูแลเป็นส่วนรวม
เรื่องของการกระบวนการจัดซื้อจัดหาต่าง ๆ ผมก็เร่งรัดให้เร็วขึ้น ที่ผ่านมาไม่ค่อยชัดเจน วันนี้ต้องแก้ไขทั้งหมด ต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส รวดเร็ว มีการตรวจสอบ บางโครงการที่จะต้องมีการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด มีการนำหน่วยงานภาคนอกมาประเมิน มาตรวจสอบด้วย ต่างประเทศก็เอาเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้นจะต้องมีการประสานงานระหว่างส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่อง
หลังจากที่มีการปรับคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ขอกรุณาอดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ได้กรุณาให้ทำความเข้าใจกับสื่อด้วย เพราะผมเองนั้นก็เป็นกังวลหลาย ๆ อย่าง ว่าจะไม่เข้าใจกันอีก ในส่วนของสื่อ ในส่วนของสังคม เพราะฉะนั้นในภาพรวมผมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ในเรื่องของการทำงานไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีใดก็ตาม หรือรองนายกรัฐมนตรีท่านใดก็ตาม การตัดสินใจความรับผิดชอบอยู่ที่ผม เพราะฉะนั้นสิ่งใดก็ตามที่อาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่ท่านคิด ท่านก็บอกผมมาเท่านั้นเอง ผมเป็นผู้กำหนดนโยบาย แต่จะต้องขับเคลื่อนทุกกระทรวงไปพร้อม ๆ กัน รองนายกรัฐมนตรีทุกกระทรวงก็ต้องไปขับเคลื่อนให้ผม ร่วมกับรัฐมนตรีแปลงนโยบายของผมไปสู่การปฏิบัติ จากนั้นก็จะส่งไปยังข้าราชการที่อยู่ข้างหน้าเป็นผู้ปฏิบัติ วันนี้ก็เน้นหนักในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ต้องไปดูแลข้างล่างในพื้นที่ให้ชัดเจนขึ้น
ปัญหาในช่วงที่ผ่านมานั้นก็คือเริ่มต้นแล้ว การขับเคลื่อนยังเป็นไปได้อย่างช้าอยู่ ไม่รวดเร็ว ทุกกลุ่มงานต้องทำให้เร็วขึ้น ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือข้าราชการ ประชาชน ที่มีส่วนร่วมกัน ปัญหาสำคัญคือหลายอย่างยังคงติดอยู่กับปัญหาเก่า ๆ เหมือนกับเราติดกับดักตัวเอง ติดกับดักเรื่องกฎหมาย ติดกับดักเรื่องความคิด ความไม่เข้าใจต่าง ๆ อะไรเหล่านี้ ความไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นทั้งสองฝ่าย ก็ต้องปรับเข้าหากัน ทั้งรัฐบาล ราชการ ประชาชน เราจะต้องลดปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ ทั้งในส่วนของการทำงานของรัฐบาล ในส่วนของประชาชน มีส่วนร่วมให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า ควรจะทำอย่างไรตรงไหน ให้เดินหน้าไปได้แล้วกัน ไม่อย่างนั้นผลประโยชน์ชาติ โดยรวมไม่เกิดขึ้น ประชาชนก็เดือดร้อนเหมือนเดิม
เรื่องการเดินหน้าเศรษฐกิจระยะต่อไป ผมทราบดีว่า ประชาชนมีความเป็นห่วง จากด้านการข่าวหรือเสพจากสื่ออะไรก็แล้วแต่ และกังวลในสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้ หลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ก็ย่อมจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจประเทศมหาอำนาจ เช่น จีน หรือทางยุโรป สหรัฐอเมริกา ก็มีปัญหากันพอสมควร  ซึ่งปัจจัยภายในประเทศของเราที่เกษตรกรต้องประสบกับปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ  เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจขณะนี้อาจจะนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่น และมีผลกระทบต่อการลงทุนในประเทศ  เกิดการชะลอทำนองนี้ ผมอยากให้ทุกท่านเชื่อมั่นในพื้นฐานและศักยภาพของประเทศไทยที่ยังดีอยู่  รัฐบาลจะเร่งเข้าไปแก้ไขในจุดอ่อนต่าง ๆ เหล่านั้น และวางรากฐานสำหรับอนาคต ประคองเศรษฐกิจให้ผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้ และก้าวไปได้อย่างมั่นคง
รัฐบาลมีนโยบายที่จะดูแลสภาพเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบ โดยแบ่งการขับเคลื่อนเป็น 5 กลุ่มภารกิจหลักที่ต้องขับเคลื่อนสัมพันธ์ไปด้วยกัน ให้เกิดเป็นรูปธรรม กลุ่มภารกิจที่ 1 จะเป็นการดูแลช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร และประชาชนผู้มีรายได้น้อย ผมถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากตั้งแต่ต้นแล้ว  เพื่อประคองให้เขาผ่านพ้นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจขณะนี้ไปได้ด้วยดี กลุ่มภารกิจที่  2 คือการดูแลเศรษฐกิจท้องถิ่น และภูมิภาคให้เข้มแข็ง ที่ผ่านมาการเติบโตของเศรษฐกิจไทย อิงกับภาคต่างประเทศ อย่างเช่น การส่งออกค่อนข้างมาก เราต้องปรับสมดุล สร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจจากภายใน โดยจะเน้นที่การเจริญเติบโตในท้องถิ่น ภูมิภาค การพัฒนา 76 จังหวัดให้มีความเข้มแข็ง
สิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานหลักที่จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชน และทำให้เศรษฐกิจของประเทศหมุนเวียนและขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การทำกิจการเพื่อสังคม การผลิตสินค้า OTOP  เพื่อจะสร้างความเข้มแข็งให้วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์  รวมถึงเรื่องการส่งเสริมตลาดนัดชุมชน  เป็นต้น  กลุ่มภารกิจที่ 3 จะมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพสินค้า ผ่านการส่งเสริมการแปรรูป/การทำ packaging  ให้กับสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ของ SMEs หรือแม้แต่สินค้าอุตสาหกรรม ที่จะต้องมีการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ต้องมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ผลิตสินค้า และจะช่วยทำให้เราสามารถแข่งขันกับสินค้าต่างประเทศได้  รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรในท้องถิ่นให้ตรงกับความต้องการและเพิ่มขีดความสามารถ องค์ความรู้ให้กับแรงงาน ทั้งในภาคเอกชน และภาคบริการ กลุ่มภารกิจที่ 4 จะเป็นการส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อเป็นการวางรากฐานอนาคตเศรษฐกิจของประเทศ  ทั้งในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ให้เชื่อมโยงภูมิภาคต่าง ๆ เหล่านั้นเข้าด้วยกัน  ซึ่งอาจจะทำให้เร่งการเจริญเติบโตของเราไปสู่ภูมิภาคและภายในประเทศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยจะมีการลงทุนและพัฒนาอุตสาหกรรมเป็น Cluster ที่ควรจะส่งเสริมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งการลงทุนนี้จะสัมพันธ์กับการพัฒนาท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการคู่ขนานกันไป และกลุ่มภารกิจที่ 5  ด้านการต่างประเทศ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน และการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ผมอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า รัฐบาลตั้งใจอย่างเต็มที่ และการดำเนินการทั้งหมดที่กล่าวมา จะต้องเป็นไปอย่างมีธรรมาภิบาล และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หรือการวางรากฐานเพื่ออนาคต ที่มุ่งสู่การลงทุนในภูมิภาคและท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งให้ทุกจังหวัด ทั้ง  76 จังหวัด เพราะเมื่อท้องถิ่นเข้มแข็ง ทุกจังหวัดเข้มแข็ง ความเหลื่อมล้ำก็ลดลง ประเทศย่อมเจริญเติบโตไปด้วยความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนด้วยตัวเอง ผมอยากให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล ทั้งในช่วงที่ผ่านมาและช่วงนี้ และเชื่อมั่นในศักยภาพประเทศไทยของเรา และร่วมมือร่วมใจพัฒนาประเทศไปด้วยกัน
เรื่องของความมั่นคง/การเฝ้าระวัง เป็นสิ่งที่จำเป็นจากเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น ผมและรัฐบาลขอแสดงความเสียใจ และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนอีกครั้งที่ได้ให้ความร่วมมือ ได้ร่วมกันออกมาแสดงพลังของความสามัคคีต่อไป ก็ยังคงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันนำพาประเทศไทยของเราให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องขอการเป็นเจ้าบ้านที่ดีต่อนักท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์สิ่งดี ๆ ของประเทศเรา หรือการสร้างความเชื่อมั่นกับชาวต่างประเทศให้กลับมา ทุกคนมีส่วนร่วม มีขีดความสามารถที่จะช่วยกันทำได้ สำหรับภาคเอกชน บริษัท ห้างสรรพสินค้า โรงแรม  รวมถึงร้านค้าทั่วไป ท่านก็สามารถช่วยรัฐบาลได้ โดยการติดตั้งเพิ่มจำนวนหรือเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์เฝ้าระวัง เช่น กล้อง CCTV ตามพื้นที่ต่าง ๆ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ในการติดตามคนร้ายที่มีความคืบหน้าตามลำดับ ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ในการทำงานด้วย
หลังจากกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์ “Bike for Mom ปั่นเพื่อแม่” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมานั้น มีประชาชนทั่วประเทศ ทั้งภาครัฐ เอกชน ข้าราชการ คนพิการ นักกีฬา คนในวงการบันเทิง เด็ก ผู้ใหญ่ คนมีอายุ มากันหมดทุกวงการ ออกมาร่วมแสดงความจงรักภัคดีและพลังแห่งความสามัคคีหลายแสนคน ได้สร้างแรงบันดาลใจให้มือใหม่หัดปั่น และคนที่ไม่เคยปั่น ไม่เคยขี่จักรยานมาก่อน ให้หันมาสนใจมากขึ้น ธุรกิจด้านจักรยานก็ดีขึ้น การท่องเที่ยวในชนบทต่าง ๆ ก็ดีขึ้น มีการปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น ผมอยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันรักษากระแสในเรื่องของการปั่นจักรยาน หรือขี่จักรยานกันต่อไป และการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพื่อพบปะสังสรรค์ร่วมกันเป็นครอบครัว เป็นสังคมเล็ก ๆ ได้ ถ้าเป็นจักรยานมีโอกาสพูดคุยกันได้ยินเสียงกัน ขี่กันไปคุยกันไป แต่ก็ระมัดระวังรถ ให้ปลอดภัยก็แล้วกัน อย่าให้มีอุบัติเหตุ ขอให้เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นแรงบันดาลใจให้ทำต่อไปให้สม่ำเสมอ ใครที่ทำอยู่แล้วก็ให้ช่วยกันชักชวนเพื่อนฝูง พี่น้อง มาเพิ่มสมาชิกให้มากขึ้น รัฐบาลเองก็อยากเห็นการขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยต้องการให้มีการรณรงค์เรื่องความสำคัญของการออกกำลังกาย
สำหรับการขยายถนนหรือจัดสรรให้มีเลนจักรยาน เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสในการออกกำลังกาย ซึ่งต้องเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย และต้องช่วยกันกระตุ้นให้สังคมมีความเข้าใจถึงกฎระเบียบต่าง ๆ ผมเห็นคนขับรถบางครั้งก็ไม่ค่อยเกรงใจ เห็นจักรยานปั่นมา บางทีก็แกล้งกันบ้าง อะไรกันบ้าง มันไม่ใช่ ผมว่าเราต้องดูแลซึ่งกันและกัน การใช้ท้องถนนต้องใช้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ จักรยานยนต์ หรือจักรยาน คนเดินถนน เพราะทุกคนเป็นเจ้าของทั้งสิ้น
ในส่วนของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนั้น ก็สามารถทำให้เราลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการสาธารณสุขลงไป เรื่องการรักษาพยาบาล ถ้าเราป้องกันตัวเอง รู้ตัวเองก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดสุขภาพที่ย่ำแย่ไป หลายอย่างผมเตือนไปแล้ว เรื่องการสูบบุหรี่ การดื่มสุราต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องลด ละ เลิก เพื่อจะให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
เรื่องของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ วันนี้ประเทศเราค่อนข้างได้เปรียบ เพราะเรามีป่าเขา เรามีพื้นที่ชายทะเล เรามีชนบทมากมาย ที่พร้อมจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้เร่งเพิ่มนักท่องเที่ยวตามจังหวัดต่าง ๆ ได้อีกด้วย วันนี้ก็เป็นสิ่งที่นิยมกันทั่วโลก  การปีนเขา การไต่เขา การเดินป่าอะไรเหล่านี้ ผมคิดว่าเราทำได้ทั้งหมด แต่ต้องให้มีความปลอดภัย  ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะช่วยดำเนินการผลักดัน ทั้งเรื่องเส้นทางจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว จำนวน 13 เส้นทาง ใน 13 จังหวัดของภาคกลาง เชื่อมโยงกันอย่างไร จะไปสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็จะสนับสนุนให้แต่ละจังหวัดขับเคลื่อนการพัฒนาเส้นทางจักรยานมากขึ้น มีหลายจังหวัดทำไปแล้ว แต่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น อย่าให้มีเรื่องร้องเรียนอีกก็แล้วกัน ผมเห็นบางจังหวัดถูกร้องเรียนมาแล้ว คงต้องตรวจสอบ ทำให้เกิดความโปร่งใส ตั้งใจดีแต่อย่างทำให้เกิดความเสียหายก็แล้วกัน ทำอะไรก็ให้ดี ช่วงนี้ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นในส่วนของการใช้ประโยชน์ถนนเส้นทาง อย่างที่ผมเรียน ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยกันดูแลกัน อย่าให้เกิดขึ้นมาอีก เสียใจกันทั้งครอบครัว ประเทศชาติ กรณีถ้าเป็นชาวต่างประเทศด้วย เสียชีวิตในประเทศไทยจากการขี่จักรยาน ต่อไปคงไม่ให้เกิดขึ้น ต้องช่วยกัน
สุดท้ายนี้ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายต่าง ๆ กำลังจะจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 12 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิชาการ และขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ในทุกระดับ รวมถึงเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคคลากรด้านการแพทย์แผนไทยที่เรามีอยู่แล้ว งานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 - 6 กันยายน 2558 ระหว่างเวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยและพัฒนาที่จะทำให้ทรัพยากรสมุนไพรของไทยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงภูมิปัญญาของไทย หมอ แพทย์แผนไทยเหล่านี้ไปสู่ตลาดสากล ผมขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน ทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศไปร่วมงานดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่นของพี่น้องคนไทยกันเองด้วย (สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมการแพทย์และการแพทย์ทางเลือก โทร. 02-149-5696 หรือhttp//:natherbexpo.dtam.moph.go.th) ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ สวัสดีครับ

ที่มา ; เว็บ  สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ


    คลิ๊ก ) สมัครพัฒนาความรู้
เตรียมสอบผู้บริหารสถาน+การศึกษา 

ฟรี... ห้องเตรียมสอบ-ครูผู้ช่วย
-ผู้บริหาร-บุคลากรการศึกษา  ที่ 

" ติวสอบดอทคอม "  โดย อ.นิกร 
เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
(เตรียมสอบครู-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติดตามข่าวสอบ

แจ้งย้ายเว็บติวสอบใหม่ ไปที่ www.tuewsob.com

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม