หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567
พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

นายกแถลงนโยบายต่อวุฒิสภา

ข้อสอบออนไลน์ ชุดใหม่



ติวสอบออนไลน์ ชุด เศรษฐกิจพอเพียง

คำชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา ในการแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลครบรอบ 1 ปี ตามนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของนายกรัฐมนตรี

คำชี้แจงของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมชี้แจงต่อที่ประชมวุฒิสภา ในการแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลครบรอบ 1 ปี ตามนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐหลังได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว วันที่ 21 ตุลาคม 2556 เวลา 12.45 น. ณ อาคารรัฐสภา

เรียน
ท่านประธานสภาที่เคารพ
วุฒิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนอื่นต้องขอกราบเรียน ขอประทานโทษท่านสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านว่า วันนี้เพิ่งเข้ามาเนื่องจากติดภารกิจด่วน และต้องขอขอบพระคุณท่านประธานฯ ที่ได้แจ้งให้ทางท่านสมาชิกทราบ ดิฉันเองก็ต้องขอใช้เวลาของทางสมาชิกวุฒิสภาในเวลาช่วงต้นนี้ กราบเรียนในส่วนของผลงานนโยบายภาพรวมปีแรกของรัฐบาล ซึ่งอาจจะมีเนื้อหาบางส่วนซ้ำกับที่รัฐมนตรีได้ชี้แจ้งไป จึงขอเรียนในข้อสรุปดังนี้
ตั้งแต่รัฐบาลได้รับการเลือกตั้งมาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เป็นที่ทราบกันดีว่า เรามีปัญหาในเรื่องของปัญหาและอุปสรรคการเริ่มต้นที่เข้ามารับงานอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ซึ่งยังมีปัญหาต่าง ๆ ที่ท้าทายการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2554 เราได้มีการแถลงนโยบาย โดยยึดถือจุดมุ่งหมายหลัก 3 ประการ คือ 1) การสร้างเศรษฐกิจที่สมดุลและรวมถึงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในประเทศ  2) การสร้างบรรยากาศในเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการสร้างความปรองดองบนหลักของความเสมอภาค และมีมาตรฐานเดียว 3) การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายหลัก 3 ประการที่ได้ชี้แจงต่อรัฐสภาไว้
สำหรับความท้าทายในการบริหารประเทศ ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา ในส่วนแรกเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ เรื่องของความสมดุลทางด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาประเทศไทยได้มีการพึ่งพาการส่งออก โดยเปอร์เซ็นต์ของการพึ่งพาการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 70% ของ GDP ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจโลกก็มีการผันผวน แน่นอนในส่วนของการผันผวนก็มีผลกระทบในส่วนของการส่งออก จึงเป็นที่มาของมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ต้องการจะเห็นการสร้างเศรษฐกิจที่สมดุล หมายความว่า การสร้างความแข็งแรงให้กับเศรษฐกิจในประเทศเพื่อให้มีความสามารถเป็นภูมิคุ้มกันในการรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ และในขณะเดียวกันก็เสริมความเข้มแข็งของประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยมีพื้นฐานทางด้านเกษตรกรรม ซึ่งเราก็ยังขาดการพัฒนาในเรื่องของสินค้าเกษตรต่าง ๆ มากมาย รวมถึงการพัฒนาเรื่องของการแปรรูปสินค้าต่าง ๆ ดังนั้น จึงเป็นที่มาของนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจะเสริมเห็นในเรื่องการแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืน เรื่องโซนนิ่งภาคการเกษตรด้วย
สำหรับเรื่องรายได้จะเห็นว่า ช่วงต้นที่ผ่านมาได้เกิดช่องว่างระหว่างรายได้ของผู้ที่มีรายได้น้อยกับผู้ที่มีรายได้มาก ยังเป็นช่องว่างของสังคมอยู่ และยังมีหนี้นอกระบบเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนี้นอกระบบนี้ ทำให้พี่น้องประชาชนรับภาระเรื่องของหนี้สินที่สูง ถ้าหากเราช่วยให้ประชาชน สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นต้นทุนต่ำจะทำให้ประชาชนมีช่องว่างในการลดรายจ่ายในส่วนของหนี้นอกระบบนำไปใช้จ่ายเพื่อให้คุณภาพชีวิตในชีวิตประจำวันดีขึ้นและยาเสพติดต่าง ๆ เป็นปัญหา เป็นบ่อนทำลายเยาวชนไทย
สำหรับต้นทุนภาคการเกษตรที่สูงขึ้นนั้น มาจากหลาย ๆ สาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาวะภูมิอากาศที่ไม่สัมพันธ์กัน เช่น อากาศร้อนทำให้สินค้าเกษตรไม่ได้ผลผลิตดีเท่าที่ควร หรือบางพื้นที่มีปัญหาเรื่องของอุทกภัย ขณะเดียวกันการปลูกพืชที่เหมาะสม เป็นการลดต้นทุน ทำให้สินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น เมื่อแข่งขัน และเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาโครงสร้างของสินค้าเกษตรเพื่อทำให้สินค้าเกษตรสามารถปลูกในพื้นที่เหมาะสมและได้ผลผลิตดีขึ้น จะทำให้พี่น้องประชาชนมีรายได้ดีขึ้นด้วย รวมถึงสวัสดิการต่าง ๆ ของภาครัฐ
ในเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน น้ำ ประปา ไฟฟ้า รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานในชุมชนอย่างเท่าเทียมกัน นี่คือสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาสังคม หรือเป็นความเหลื่อมล้ำที่รัฐบาลพยายามจัดสรรงบประมาณ ส่งเสริมให้มีความเจริญ เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ด้วย จะเห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานในหลาย ๆ อย่าง ตลอดเวลาหลายปีไม่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว ซึ่งโครงสร้างนี้จะมีผลถึงต้นทุนของอุตสาหกรรมด้วย ถ้าเรามีโครงสร้างที่ดี  มีการลงทุนโครงสร้างคมนาคมต่าง ๆ นอกจากจะลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังเกิดการสร้างงานขึ้นในอนาคต
การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่านสมาชิกฯ ก็คงจะได้เห็นตัวเลขขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศ เราคงต้องร่วมกันในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นทางด้านสังคม การศึกษา และเศรษฐกิจ รวมถึงขีดความสามารถในการแข่งขันในแต่ละอุตสาหกรรมด้วย ขณะเดียวกันในอนาคตปี 2558 ถ้าเราเปิดประชาคมอาเซียน แน่นอนเราต้องแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ เราคงต้องช่วยกันในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในเรื่องของธุรกิจ SMEs ซึ่งเป็นฐานรากที่สำคัญของเศรษฐกิจ
สำหรับปัจจัยความท้าทายภายใน ที่นอกเหนือจากสิ่งที่ได้กราบเรียนท่านสมาชิกวุฒิสภาแล้ว คือการเปลี่ยนแปลงระดับโลก หรือระดับภูมิภาคคือเศรษฐกิจระดับโลกนั้นมีความผันผวน นอกจากมีความผันผวนแล้วยังมีความซับซ้อนมากขึ้น และการค้าขายการลงทุนกับประเทศต่าง ๆ นั้น สิ่งที่ต้องเห็นคือการก้าวไปสู่การเปิดเสรีประชาคมอาเซียน หรือการมีกฎกติกา การแข่งขันต่าง ๆ ที่เป็นสากลที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น ดังนั้นความสลับซ้ำซ้อนนี้ต้องมาช่วยกันในการเตรียมตัวของภาคธุรกิจให้ สามารถที่จะแข่งขัน และสามารถที่จะเปิดตลาดใหม่ ๆ ได้ นอกจากที่จะต้องรักษาตลาดเก่าที่เป็นฐานที่ดี โดยเฉพาะฐานส่งออกก็ต้องมองในฐานส่งออกใหม่ เพราะถ้าเศรษฐกิจโลกมีการเคลื่อนตัว โดยเฉพาะเคลื่อนไปสู่ภูมิภาคเอเชีย ประเทศไทยจะปรับตัวอย่างไร ตรงนี้ก็เป็นความท้าทายของปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจโลก
สำหรับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค มีแนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงที่สลับซับซ้อน และมีความละเอียดอ่อน เพราะความต้องการของผู้บริโภคนั้นคำนึงถึงสุขภาพและมาตรฐานมากขึ้น ดังนั้นอาหารหรือสินค้าต่าง ๆ ของประเทศไทยต้องก้าวไปสู่การพัฒนาในเรื่องของมาตรฐานต่าง ๆ ที่เป็นที่ยอมรับ ความสะอาด ความปลอดภัย การลดการใช้สารต่าง ๆ ที่ไม่ใช่สารธรรมชาติ ก็ต้องทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมนี้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะเดียวกันโรงงานอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นก็ต้องเติบโตภายใต้การพัฒนาของอุตสาหกรรมที่มิตรกับสิ่งแวดล้อม การคำนึงถึงสภาวะภูมิอากาศต่าง ๆ ที่สะท้อนเข้าไปในการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีใหม่ก็เข้ามาอย่างรวดเร็ว เช่น สื่อทางด้านอินเตอร์เน็ตต่าง ๆ ก็ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกันความมั่นคงก็เปลี่ยนรูปแบบไป
ในเรื่องของภัยคุกคามต่าง ๆ ที่เรียกว่าไร้พรหมแดน ซึ่งต้องช่วยกันในการเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี้ ในปี 2556 ก็จะก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุ การดูแลเรื่องของสาธารณสุข การดูแลสังคมผู้สูงอายุต้องมีแนวทางในการพัฒนาทิศทางต่าง ๆ และการเตรียมที่จะรองรับเรื่องของแรงงานทางด้านของประชากรต่าง ๆ ของประเทศ ซึ่งก็เป็นปัญหาระยะยาวที่ต้องเริ่มวางแผนกันตั้งแต่ส่วนนี้ ตรงนี้ก็เป็นความท้าทายอีกด้านหนึ่งของทางด้านปัจจัยภายนอก
ในส่วนของรัฐบาล ในปีแรกที่รัฐบาลเข้ามานั้น สิ่งแรกคงต้องร่วมกันในการสร้างความเชื่อมั่นคือการทำอย่างไรให้ประเทศของเรานั้น มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งคือการเสริมในเรื่องของเศรษฐกิจภายในประเทศ และเรื่องของการแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศ ด้วยบรรยากาศของการสร้างความปรองดอง บรรยากาศของการไม่ตอบโต้ และการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี
รวมถึงในเรื่องของการแก้ปัญหาต่างประเทศ ประเทศไทยเรานั้น เรียกว่าเราก็ต้องเร่งในการที่จะแก้ปัญหาความร่วมมือทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในอดีตต่าง ๆ ก็ต้องเร่งในการฟื้นฟู เพราะว่าวันนี้เศรษฐกิจต่าง ๆ นั้น เราต้องค้าขายกับหลาย ๆ ประเทศแน่นอน
การที่เราจะต้องมีประเทศต่าง ๆ ที่จะมาทำการค้าการลงทุน เขาก็ต้องมีความมั่นใจทางด้านเศรษฐกิจพื้นฐาน ความมั่นคงทางด้านของการเมือง ความสงบต่าง ๆ ก็จะเป็นพื้นฐานในการที่จะสร้างความแข็งแรงของเศรษฐกิจ และเป็นพื้นฐานของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะทำให้เราสามารถที่จะค้าขายและขยายการค้าในแต่ละภูมิภาคได้ ซึ่งโจทย์ในการสร้างความเชื่อมั่นในแต่ละภูมิภาคก็ต่างกัน
ดังนั้นเราก็ต้องเข้าใจในยุทธศาสตร์ของแต่ละภูมิภาค เพื่อที่จะได้เน้นในการเชื่อมโยงของภูมิภาคต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะประเทศไทยเรา ถือว่าเราเป็นประเทศที่อยู่ในจุดศูนย์กลางของยุทธศาสตร์ที่ดี เราสามารถที่จะเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะสอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลได้มีการนำเสนอในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมประเทศไทยสู่ภูมิภาคอาเซียน ด้วย concept ของ connectivity และการเชื่อมโยงภูมิภาคแต่ละภูมิภาคเข้าด้วยกัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการวางนโยบายในเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่น
ต้องขออนุญาตใช้เวลาในการเรียนท่านสมาชิกวุฒิสภาว่า ในปีแรกของการเข้ามาทำงานนั้น การสร้างความเชื่อมั่นก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการเร่งด่วน การกู้ศักดิ์ศรีให้กับประเทศไทยให้ได้รับการยอมรับ ก็จะเห็นว่าจากตัวเลขของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในปี 2554 อยู่ที่ 19.2 ล้านคน รวมทั้งในปี 2555 มีจำนวนนักท่องเที่ยวถึง 22.3 ล้านคน นั่นแปลว่าหลาย ๆ ประเทศให้ความเชื่อมั่น แม้ว่าเราจะมีปัญหาในเรื่องของวิกฤต ในเรื่องของอุทกภัยในปลายปี 2554 ก็ตาม เราก็คงยังรักษาในเรื่องของตัวเลขนักท่องเที่ยว และขออนุญาตรับข้อห่วงใยของท่านสมาชิกวุฒิสภา ที่ท่านห่วงใยเรื่องของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ซึ่งวันนี้เราก็ได้พยายามที่จะบูรณาการร่วมกัน โดยเฉพาะกับทางเจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจ และดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน
สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องของวิกฤตช่วงมหาอุทกภัยในปี 2554 ซึ่งเราคงทราบดีอยู่แล้วว่า ปัญหานั้นทำให้ประเทศไทย มีผลทางด้านของ GDP ที่เรียกว่าถดถอยไปในปลายปี 2554 แต่ด้วยการที่พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเอกชน ประชาชน และทุกหน่วยงาน เข้ามาบูรณาการด้วยกัน ทำให้เราสามารถที่จะก้าวพ้นปัญหาต่าง ๆ และทำให้เศรษฐกิจของประเทศกลับเข้ามาในลักษณะของวีเชฟ ที่เพิ่มขึ้นมาภายในเพียง 6 เดือน ทำให้ตัวเลข GDP ของปี 2555 โดยเฉลี่ยทั้งปีมาอยู่ที่ โตประมาณ 6.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในส่วนนี้การทำงานของรัฐบาลในช่วงเร่งด่วนของปีแรกที่เราเข้ามา เราก็ได้จัดสรรงบประมาณจากของทุกกระทรวงมาเป็นงบกลาง 120,000 ล้านบาท เพราะว่าในขณะนั้น ขณะที่รัฐบาลเข้ามารับภาระนั้นก็มีสถานการณ์อุทกภัยก็ถือว่าเป็นขั้นวิกฤต ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่าความเสียหายจะเท่าไร แต่เราก็ได้ใช้งบประมาณส่วนของกระทรวงนั้นมาเป็นงบกลาง 120,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ทำให้เราสามารถที่จะช่วยเหลือเยียวยาทางด้านบ้านเรือน และไร่นาที่เสียหายให้กับพี่น้องประชาชน และเราได้จัดสรรงบประมาณเพียงส่วนหนึ่ง ประมาณ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ ไปใช้ในการปรับปรุงซ่อมแซมฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และบางส่วนก็ใช้ในการดูแลปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจหลัก ๆ ซึ่งก็ทำให้การแก้ปัญหาในปี 2555 และ ปี 2556 ในปีนี้ ที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง
แต่ขณะเดียวกันเราก็ได้เสนอแผนในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ด้วยออก พ.ร.ก. เงินกู้ 350,000 ล้านบาท เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำทั้งในภาวะอุทกภัยและภาวะภัยแล้งควบคู่กันไปด้วย นอกจากนั้น รัฐบาลยังได้มีการตั้งศูนย์รวมในการปฏิบัติงานให้เป็นภายใต้หน่วยเดียว คือ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ใช้หลัก Single Command ในการบูรณาการฐานข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ฐานข้อมูลต่าง ๆ ก็ได้ถูกบูรณการ ณ จุดเดียว เพื่อให้มีโอกาสได้มีการแจ้งเตือนภัยต่าง ๆ และหน่วยงานในหลายหน่วยงานก็ได้บูรณาการร่วมกับกรมป้องและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานต่าง ๆ ในการเตรียมแผนที่จะป้องกันและเข้าไปแก้ปัญหาได้ล่วงหน้า เพราะจากที่ผ่านมานั้น จากระเบียบตอนแรกนั้น เราต้องให้เหตุเกิดขึ้น ระเบียบราชการถึงจะทำงานได้ แต่วันนี้เราได้มีการปรับปรุงระเบียบต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้หน่วยงานสามารถที่จะเข้าไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้เร็วขึ้น
ดังนั้น โดยรวมเรียนว่า แม้ว่ารัฐบาลจะพบกับปัญหาในช่วงของอุทกภัยในช่วง 3 – 4 เดือนแรก ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ไม่ได้ละเลยที่จะทำตามคำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนที่ได้มีการแถลงไว้ต่อรัฐสภา ด้วยนโยบายเร่งด่วนทั้ง 16 นโยบาย ซึ่งก็ได้ดำเนินการตั้งแต่ในปีแรกภายใต้หลักของการรักษาสมดุลและการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส รวมถึงการที่จะแก้ไขปัญหาพื้นฐานต่าง ๆ กราบเรียนท่านสมาชิกวุฒิสภาว่า ปีแรกของรัฐบาลนี้ จะเป็นปีแรกของการแก้ปัญหาส่วนหนึ่ง และขณะเดียวกันก็เร่งนโยบายเร่งด่วนเพื่อที่จะแก้ปัญหาพื้นฐาน
ขณะเดียวกัน เราก็ได้เริ่มมีการเตรียมสำหรับปีที่ 2 ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อที่จะแก้ปัญหาระยะยาว ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจไม่สมดุล การแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางพลังงานต่าง ๆ และขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งในปีที่ 2 ก็เป็นปีของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศภายใต้หลักยุทธศาสตร์ 4 ประการด้วยกัน คือ 1) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้รายได้ของประเทศนั้นดีขึ้น 2) การลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ 3) การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และส่วนที่4) การบูรณาการพัฒนาการบริหารจัดการของภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน นี่ก็เป็นแผนงานเบื้องต้นที่เราพยายามที่จะแก้ปัญหาที่มีอยู่ และเร่งรัดในส่วนของนโยบายที่เร่งด่วน ขณะเดียวกันก็ต้องเริ่มมองแนวทางในการที่จะแก้ปัญหาระยะยาว ซึ่งก็เป็นแนวทางในการที่จะเริ่มต้นของการทำงานของรัฐบาลในปี 2 และเป็นแนวทางที่เราจะยึดใช้ต่อในปีที่ 3 ต่อไป
ทั้งหมดนี้ก็เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาภาพรวมของปีแรกของรัฐบาล ขอใช้เวลากับท่านสมาชิกวุฒิสภาแต่เพียงเท่านี้ ดิฉันและคณะรัฐมนตรีก็เตรียมที่จะตอบข้อซักถามและข้อห่วงใยของท่านสมาชิกวุฒิสภา ขอบคุณค่ะ
ช่วงที่สอง
เรียน
ท่านประธานสภาที่เคารพ
วุฒิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ดิฉันต้องขอเรียนในภาพรวม จริงๆ แล้วดิฉันเองต้องขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อยของท่านสมาชิกในการชี้แจงในภาพรวมสั้น ๆ ซึ่งก็จะขออนุญาตไม่ลงไปในรายละเอียด ทางรัฐบาลก็ได้รับเอกสารแล้วก็จะขออนุญาต รับเอกสารของท่านสมาชิกนำไปเป็นแนวทางในการทำงาน ต้องขอกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพว่า จริง ๆ แล้ว ในส่วนที่ดิฉันได้เรียนว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลในปีแรกนั้น ต้องยอมรับว่า ช่วงปีแรกนั้น ได้มีปัญหา ต่าง ๆ ที่เป็นความท้าทายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างภายใน โครงสร้างทางด้านการแก้ปัญหาของต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าในปีแรกรัฐบาลต้องเร่ง คือการเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และเร่งแก้ปัญหาในระยะ สั้น ซึ่งต้องเรียนว่า ในหลาย ๆ นโยบายนั้น เราต้องการความต่อเนื่องในการทำงาน จึงเป็นที่มาของปีที่ 2 เราต้องสานต่อนโยบายที่เร่งด่วน ซึ่งตลอดระยะเวลาได้มอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ติดตามและ พยายามที่จะปรับปรุงในตัวเนื้อหานโยบายต่าง ๆ ขออนุญาตรับข้อเสนอและข้อห่วงใยของท่านสมาชิกฯ ไว้
ในส่วนของเรื่องใหญ่ ๆ ดิฉันต้องขอเรียนว่า รัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาในภาพใหญ่เช่นกัน เช่น ในเรื่องแรกที่ท่านสมาชิกฯ ได้กราบเรียนไว้ เป็นเรื่องที่ใหญ่จริง ๆ ในส่วนของรัฐบาล ตั้งแต่วันแรกที่ได้ประกาศว่าต้องการเห็นการปรองดอง จะเห็นได้จากที่ผ่านมารัฐบาลได้มีความพยายามมุ่งมั่นในการทำงานและมุ่งมั่นที่จะใช้ความอดทน ไม่ตอบโต้เพราะเราอยากเห็นบรรยากาศที่ดีของประเทศ แต่แน่นอนการทำงานรัฐบาลฝ่ายเดียวก็คงไม่ได้ ดังนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่ายด้วย และพร้อมยินดีที่จะเข้าหา
สำหรับการแก้ปัญหานั้น รัฐบาลต้องการเห็นการแก้ปัญหาในระยะยาวของประเทศและต้องการเห็นทางออก เพราะฉะนั้นการพูดคุยก็มี  การรับฟัง ข้อคิดเห็น และพูดคุยมุมที่ต่าง ๆ กัน ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศในเวทีการรับฟังไม่ว่าจะเป็นเวทีปฏิรูปทางการเมือง และรับฟังการแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และในส่วนของการรับฟังท่านสมาชิกวุฒิสภานั้น ด้วยความเคารพ ดิฉันก็เคารพสภาแห่งนี้ เคารพท่านสมาชิก ฯ และเคารพในทุกเสียงที่ท่านได้กรุณาแนะนำ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ในส่วนของการบริหารก็มีงานประจำมากมาย แต่ถ้าช่วงไหนที่มีเวลาก็จะพยายามที่จะมา แต่ในขณะเดียวก็มีปัญหาต่าง ๆ มากมาย อีกทั้ง ยังมีทีมงานที่จะติดตามปัญหาต่างๆ เหล่านี้ และนำข้อแสนอแนะนำต่าง ๆ ของข้อสมาชิกนั้นไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน
สำหรับเรื่องปัญหาปากท้องหรือการแก้ปัญหานั้น ต้องกราบเรียนว่า เป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งที่เป็นปัญหาในเรื่องของปากท้องของพี่น้องประชาชน
ในส่วนของโครงสร้างปัญหาสินค้าเกษตรนั้น เรามีปัญหาเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้น แน่นอนเมื่อต้นทุนสูงขึ้น พี่น้องเกษตรกรเวลาขายสินค้า เขาก็อยากได้ราคาที่สูงขึ้น จึงต้องมีแนวทางที่เหมาะสม ดังนั้น จึงเป็นแนวทางระยะยาวที่จะแก้ปัญหาในเรื่องการจัดกลุ่มโครงสร้างโซนนิ่งในเรื่องภาคการเกษตร โดยเน้นในเรื่องการเพาะปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อทำให้สินค้าทางการได้ผลผลิตที่ดีขึ้น ได้ต้นทุนที่ต่ำลง
ในขณะเดียวกัน ในส่วนของต้นน้ำคือ ต้องลดต้นทุนผลิตสินค้าเกษตรต่าง ๆ กลางน้ำ วันนี้เราร่วมกันบูรณาการงานวิจัย การแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งถ้าเราไม่มีการแปรรูป ไม่มีการส่งเสริมส่วนนี้มากขึ้น ก็จะทำให้สินค้าต่าง ๆ อาจจะสูญเสียไปได้
วิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาล จะเน้นแก้ปัญหาในระยะยาวไม่ว่าจะเป็นการทำโซนนิ่งภาคการเกษตร และการแก้ไขปัญหาสินค้าการเกษตร เป็นลักษณะของห่วงโซ่อุปทานคือตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ซึ่งได้มีการมอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ดูสินค้าเกษตรเป็นรายสินค้า เพื่อที่จะได้มองในภาพรวมเพื่อการแก้ปัญหาต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งได้มีการมอบหมาย อย่างเช่น เมื่อเช้านี้เรื่องยางพารา อ้อย ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อนำผลผลิตนอกจะเพียงพอกับการบริโภคแล้ว ส่วนที่เหลือใช้สามารถนำไปปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดประโยชน์สินค้าปลายน้ำให้ มากที่สุด
ดิฉันก็ขออนุญาตกราบเรียนโดยภาพรวมนะค่ะ ส่วนในราละเอียดนั้นก็คงจะให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตอบต่อไป อีกทั้ง ขอขอบคุณข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ของท่านสมาชิกฯค่ะ
--------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
... เน็ตเร็ว คลิ๊กที่ www.tuewsob.com

... เน็ตช้า คลิ๊กที่ http://tuewsob.blogspot.com

... ห้องวิชาเอกครู คลิ๊กที่ http://uewsob2011.blogspot.com

... (ห้องข้อสอบใหม่) ..สอบครู..สอบผู้บริหาร..สอบบุคลากร ที่

"ติวสอบดอทคอม "

ผอ.นิกร  เพ็งลี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม