หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์
หน้าหลัก ติวสอบดอทคอม เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567
พัฒนาความรู้ สู่ รอง./ผอ.รร. ปี 2567

คลิ๊ก "สมัครพัฒนาความรู้สู่ผู้บริหาร / ครูผู้ช่วย

คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ครูผู้ช่วย
คลิ๊ก... สมัคร พัฒนาความรู้ สู่ ผู้บริหาร

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)

ติวสอบดอทคอม (เตรียมสอบครูผู้ช่วย-ผู้บริหาร-บุคลากร การศึกษา)
ติวสอบดอทคอม (เว็บฟรีข้อสอบออนไลน์ สอบครู ผู้บริหาร บุคลากร)

วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556

B-NET


โปรแกรมติวสอบครูผู้ช่วย ปี 2556

โดย "ติวสอบดอทคอม"

สมัครติว/เข้าห้องสอบออนไลน์ฟรี ได้ที่ "ติวสอบดอทคอม" หรือ

(แจ้งยืนยัน)


จุด 11 จ.นครราชสีมา พุธ 3 - พฤหัสบดี 4 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมราชพฤกษณ์

จุด 12 จ.ขอนแก่น  ศุกร์ 5 - เสาร์ 6 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมแก่นนคร
จุด 13 จ.สุรินทร์ จันทร์ 8 - อังคาร 9 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมเพชรเกษม
จุด 14 จ.ปราจีนบุรี พุธ 10 - พฤหัสบดี 11 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมโซเฟีย
จุด 15 จ.สงขลา  อังคาร 16 - พุธ 17 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมหาดใหญ่เซ็นทรัลโฮเต็ล
จุด 16 จ.ร้อยเอ็ด  เสาร์ 20 - อาทิตย์ 21 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมสาเกตุนคร
จุด 17 จ.พิษณุโลก เสาร์ 27 - อาทิตย์ 28 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมไพลิน
จุด 18 จ.เลย เสาร์ 4 - อาทิตย์ 5 พฤษภาคม 2556 
ณ โรงแรม....
จุด 19 จ.สกลนคร เสาร์ 11 - อาทิตย์ 12 พฤษภาคม 2556 
ณ โรงแรมอิมพีเลียล

บี-เน็ต พระ-เณร ประกาศผลพรุ่งนี้ เชื่อมือ สทศ.ระบบไม่ล่มเหมือนกับโอเน็ต


พระราชวรมุนี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กล่าวว่า จากการที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกับ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ดำเนินการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านพระพุทธศาสนา หรือบี-เน็ต (B-NET-Buddhism National Educational Test) ปีการศึกษา 2555 เป็นครั้งแรกในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา โดยมีพระภิกษุ และสามเณร เข้าสอบจำนวนรวม 12,072 รูป แบ่งเป็นระดับชั้น ม.3 จำนวน 8,908 รูป ระดับชั้นม.6 จำนวน 3,164 รูป นั้น สทศ.ได้แจ้งมาว่า ขณะนี้การตรวจข้อสอบได้ดำเนินการเสร็จแล้ว โดยจะประกาศผลสอบได้ในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ผ่านเว็บไซต์ของสทศ. ซึ่งทางสทศ.เชื่อว่า การประกาศผลดังกล่าวไม่น่าจะเกิดปัญหาระบบล่มเหมือนการทดสอบอื่นๆ เพราะจำนวนผู้เข้าสอบมีไม่มากนัก
พระราชวรมุนี กล่าวต่อไปว่า การจัดสอบบี-เน็ตครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ทำงานร่วมกับสทศ.ในการออกแบบข้อสอบ โดยจะแบ่งการทดสอบออกเป็น 3 วิชา ได้แก่ วิชาพุทธประวัติและธรรมวินัย วิชาศาสนปฎิบัติ และวิชาภาษาบาลี  ซึ่งผลการสอบบีเน็ตจะถูกนำไปใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการประเมินภายนอกสถานศึกษา ที่จัดโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน) หรือ สมศ. ร่วมกับผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต จากเดิมที่ สมศ.ใช้เพียงผลคะแนนโอเน็ต เหมือนกับโรงเรียนที่เรียนหลักสูตรสามัญอย่างเดียว ทำให้โรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ ซึ่งอยู่ในกลุ่มสถานศึกษาพิเศษเกิดความเสียเปรียบ เพราะอัตลักษณ์ของการเรียนการสอนในโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ คือ  การเรียนรู้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานวิชาสามัญร่วมกับการเรียนรู้หลักสูตรทางธรรม นอกจากนี้ผลการสอบบีเน็ตจะมีส่วนช่วยให้มหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะกำกับดูแลโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ 409 แห่งทั่วประเทศ ได้มีเกณฑ์ในการตรวจสอบมาตรฐานของสถานศึกษาด้วย
นสพ.เดลินิวส์




สมัครติว/เข้าห้องสอบออนไลน์ฟรี ได้ที่ "ติวสอบดอทคอม" หรือ

ติวสอบดอทคอม "

ศูนย์การเรียนรู้สู่อาเซียน


โปรแกรมติวสอบครูผู้ช่วย ปี 2556

โดย "ติวสอบดอทคอม"

สมัครติว/เข้าห้องสอบออนไลน์ฟรี ได้ที่ "ติวสอบดอทคอม" หรือ

(แจ้งยืนยัน)


จุด 10 จ.อุบลราชธานี  จันทร์ 1 - อังคาร 2 เมษายน 2556 ณ โรงแรมปทุมรัตน์

จุด 11 จ.นครราชสีมา พุธ 3 - พฤหัสบดี 4 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมราชพฤกษณ์
จุด 12 จ.ขอนแก่น  ศุกร์ 5 - เสาร์ 6 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมแก่นนคร
จุด 13 จ.สุรินทร์ จันทร์ 8 - อังคาร 9 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมเพชรเกษม
จุด 14 จ.ปราจีนบุรี พุธ 10 - พฤหัสบดี 11 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมโซเฟีย
จุด 15 จ.สงขลา  อังคาร 16 - พุธ 17 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมหาดใหญ่เซ็นทรัลโฮเต็ล
จุด 16 จ.ร้อยเอ็ด  เสาร์ 20 - อาทิตย์ 21 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมสาเกตุนคร
จุด 17 จ.พิษณุโลก เสาร์ 27 - อาทิตย์ 28 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมไพลิน
จุด 18 จ.เลย เสาร์ 4 - อาทิตย์ 5 พฤษภาคม 2556 
ณ โรงแรม....
จุด 19 จ.สกลนคร เสาร์ 11 - อาทิตย์ 12 พฤษภาคม 2556 
ณ โรงแรมอิมพีเลียล

ศธ.จัดตั้งศูนย์เรียนรู้สู่อาเซียนพัฒนาภาษาอาเซียนแก่สตรี
ศึกษาธิการ - ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ศธ.เตรียมเพิ่มขีดความสามารถของสตรีทั่วประเทศด้านภาษาอาเซียน โดยจับมือกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พัฒนาทักษะภาษาเพื่อการสื่อสารกว่า ๑๐ ภาษา พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์เรียนรู้สู่อาเซียน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เปิดตัว ๑๐ เมษายนนี้
ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด กล่าวว่า จากการที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีแนวทางดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของ ศธ. ที่ได้กำหนดให้มี 2 Flagship ที่สำคัญ คือ โครงการพัฒนาการศึกษาเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และโครงการพัฒนาเมืองการศึกษานานาชาติ นั้น

ในส่วนของโครงการพัฒนาการศึกษาเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นอกจากจะได้กำหนดเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษา สมรรถนะเฉพาะที่จำเป็นสำหรับอาชีพ การยกระดับมาตรฐานหลักสูตร การวิจัย การจัดตั้งสถาบันที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางทางการศึกษาสำหรับนักเรียนนักศึกษา ครู ผู้บริหาร ตลอดจนบุคลากรในสังกัดแล้ว
 เพื่อให้ครอบคลุมแก่บุคคลทุกกลุ่มเป้าหมาย และทำงานเชิงบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ธ.จึงได้ร่วมกับคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและภาษาประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน แก่สตรีทุกกลุ่มอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการภาคธุรกิจสตรี เกษตรกร แม่บ้าน ผู้รับจ้าง เยาวชนวัยเรียน ฯลฯ ให้สามารถใช้ภาษาของประเทศกลุ่มอาเซียนได้อย่างน้อย ๑ ภาษา ตามบริบทของพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้สตรีได้ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาอาชีพและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จึงได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ร่วมกันจัดตั้ง "ศูนย์เรียนรู้สู่อาเซียน" ทั้งส่วนกลางที่ ศธ. และส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งได้กำหนดให้นำร่องในสถานศึกษา สพฐ.ที่มีความพร้อม ๑๑ ศูนย์ทั่วประเทศ คือ
- รร.แม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ จ.เชียงราย  เปิดสอนภาษาอังกฤษ เมียนมาร์ จีน
- รร.ปทุมเทพวิทยาคาร จ.หนองคาย 
เปิดสอนภาษาอังกฤษ ลาว เวียดนาม
- รร.จุฬาภรณราชวิทยาลัย มุกดาหาร  
เปิดสอนภาษาอังกฤษ เวียดนาม จีน
- รร.นารีนุกูล จ.อุบลราชธานี  
เปิดสอนภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ลาว
- รร.ประสาทวิทยาคาร จ.สุรินทร์  
เปิดสอนภาษาเขมร ลาว เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น
- รร.คลองใหญ่วิทยาคม จ.ตราด  
เปิดสอนภาษาเขมร
- รร.โพธิสัมพันธ์พิทยาคาร จ.ชลบุรี  
เปิดสอนภาษาอังกฤษ จีน รัสเซีย
- รร.สตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพฯ  
เปิดสอนภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ตากาล็อก
- รร.พรหมานุสรณ์ จ.เพชรบุรี  
เปิดสอนภาษาเมียนมาร์ จีน
- รร.พิชัยรัตนาคาร จ.ระนอง  
เปิดสอนภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เมียนมาร์ มลายู
- รร.สตรีภูเก็ต  
เปิดสอนภาษาอังกฤษ จีน
 ในส่วนของ กศน. ได้กำหนดให้ตั้งศูนย์เรียนรู้สู่อาเซียน ในสำนักงาน กศน.จังหวัดนำร่อง รวม ๑๑ จังหวัด คือ สำนักงาน กศน.กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ตาก มุกดาหาร นครพนม ชลบุรี หนองคาย สุรินทร์ ภูเก็ต สงขลา และระนอง
ทั้งนี้ ศูนย์เรียนรู้สู่อาเซียนส่วนภูมิภาค มีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะภาษาต่างๆ ดังกล่าว แบ่งเป็น ๔ หลักสูตรๆ ละ ๑๐๐ ชั่วโมง โดยเริ่มจากการออกเสียงที่ถูกต้อง การฟัง การพูด ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหลักสูตรพื้นฐานขั้นต้น ตามลำดับไปจนถึงหลักสูตรขั้นกลางต่ำ หลักสูตรขั้นกลางสูง และหลักสูตรขั้นสูง ซึ่งสามารถสนทนาโต้ตอบได้ และจะมีการเปิดตัว "ศูนย์เรียนรู้สู่อาเซียน" ในวันที่ ๑๐ เมษายนนี้ ที่ รร. สตรีศรีสุริโยทัย โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ และนางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเปิดตัวโครงการ

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ

สมัครติว/เข้าห้องสอบออนไลน์ฟรี ได้ที่ "ติวสอบดอทคอม" หรือ

ติวสอบดอทคอม "

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

สอบครูผู้ช่วย ปี 56 เม.ย.-พ.ค. 666 อัตรา



โปรแกรมติวสอบครูผู้ช่วย ปี 2556

โดย "ติวสอบดอทคอม"

สมัครติว/เข้าห้องสอบออนไลน์ฟรี ได้ที่ "ติวสอบดอทคอม" หรือ

(แจ้งยืนยัน)



จุด 17 จ.พิษณุโลก 
เสาร์ 27 - อาทิตย์ 28 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมไพลิน


จุด 17 จ.พิษณุโลก เสาร์ 27 - อาทิตย์ 28 เม.ย. 2556
ณ โรงแรมไพลิน
จุด 18 จ.เชียงใหม่ เสาร์ 18 - อาทิตย์ 19 พ.ค. 2556
ณ โรงแรม....
จุด 19 จ.อุดรธานี เสาร์ 25 - อาทิตย์ 26 พ.ค. 2556
ณ โรงแรมต้นคูณ (ใกล้ทุ่งศรีเมือง)
จุด 20 จ.นครปฐม เสาร์ 1 - อาทิตย์ 2 มิ.ย. 2556
ณ โรงแรมเวล
จุด 21 จ.อุบลราชธานี เสาร์ 8 - อาทิตย์ 9 มิ.ย.2556
ณ โรงแรมกิจตรงวิลรีสอร์ท (ทางไป ตระการฯ)
จุด 22 จ.นครราชสีมา เสาร์ 15 - อาทิตย์ 16 มิ.ย.2556
ณ โรงแรมราชพฤกษณ์แกรนด์ (แยกไฟแดง บิ๊กซี)
 ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ ๓/๒๕๕๖
 ศึกษาธิการ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ ๓/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม  ๒๕๕๖ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุม โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้
                           
รมช.ศธ. แถลงข่าวถึงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นผลการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เชื่อว่าการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งได้สอบคัดเลือกเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๖ กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว๑๒ ที่พบหลักฐานมีการทุจริตจริงใน ๔ เขตพื้นที่การศึกษา ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ขอนแก่น เขต ๓, สพป.อุดรธานี เขต ๓, สพป.ยโสธร เขต ๑ และ สพป.นครราชสีมา เขต ๒ เพื่อให้ ศธ.ยกเลิกการสอบ รวมทั้งกรณี สพป.นครปฐม เขต ๑
กรณีนายภานุวัฒน์ฯ ซึ่งสอบได้ลำดับที่ ๑ ของ สพป.ศรีสะเกษ เขต ๓ แต่ยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง ที่ประชุมมีมติให้ส่งเรื่องที่เป็นข้อมูลพื้นฐานและหลักฐานการทุจริตให้ ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต ๓ เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ) เขตพื้นที่การศึกษา เนื่องจากเป็นอำนาจของเขตพื้นที่การศึกษาที่จะต้องไปพิจารณาว่าบุคคลที่กระทำการทุจริต ไม่ควรได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการ โดยผลการสืบสวนก็ได้ชี้มูลในเบื้องต้นว่ามีการทุจริตในการสอบ ซึ่ง อ.ก.ค.ศ.ต้องไปสืบสวนและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
กรณีผู้สอบได้ที่ สพป.นครปฐมเขต ๑ ซึ่งได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว ก็จะส่งเรื่องให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าวพิจารณาเช่นกัน ซึ่งกรณีนี้ ศธ.ได้ชี้มูลว่ามีการทุจริตไปแล้ว โดยอำนาจหน้าที่ อ.ก.ค.ศ.สามารถใช้อำนาจหน้าที่ในการพิจารณายกเลิกการบรรจุแต่งตั้งโดยให้พ้นจากการเป็นข้าราชการได้ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ ตามมาตรา ๓๐ (๗) (๑๓) มาตรา ๔๙
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้แจ้งไปยัง ๑๒๙ เขตพื้นที่การศึกษา ใน ๖๘ จังหวัดที่จัดสอบ เพื่อให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษานั้นๆ ไปตรวจสอบผู้ที่มีคะแนนสูงผิดปกติ ซึ่งขณะนี้มีจำนวน ๕๑๔ คนว่ามีการทุจริตหรือไม่อย่างไร โดยให้พิจารณาจากข้อมูลของ DSI และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ศธ. ซึ่งจะส่งไปพร้อมกับข้อมูลคะแนนของผู้ที่ผ่านการสอบ โดย สพฐ.จะส่งข้อมูลไปยังเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ ดังกล่าวภายใน ๓ วัน และให้เขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ ดังกล่าวพิจารณาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน ทั้งนี้ ศธ.จะแต่งตั้งผู้ตรวจราชการไปติดตามและให้คำปรึกษาด้วย ส่วนเขตใดที่ดำเนินการเสร็จสิ้นก่อน ๑๕ วัน สามารถรายงานกลับมาได้ทันที
รมช.ศธ. อธิบายถึงเหตุผลที่มอบให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาดำเนินการว่า ก.ค.ศ.ไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้เขตพื้นที่การศึกษาสั่งยกเลิกการสอบ เพราะตามกฎหมายระบุว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาที่จะเป็นผู้พิจารณา โดย ก.ค.ศ.มีอำนาจเพียงกำกับดูแลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จะให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ศธ.ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลต่อไป หากพบข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็จะส่งให้กับเขตพื้นที่การศึกษาได้ใช้พิจารณาต่อไปเพราะอาจจะพบหลักฐานอื่นๆ เพิ่มอีกก็ได้
นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า หากผลการพิจารณาของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ขัดแย้งหรือไม่ตรงตามความเป็นจริงกับข้อมูลที่ ก.ค.ศ.ส่งให้ไป ทาง ก.ค.ศ.ก็มีอำนาจสั่งการให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ไปดำเนินการให้ถูกต้อง แต่หากละเว้นหรือไม่ดำเนินการ ทาง ก.ค.ศ.ก็มีอำนาจที่จะถอดถอน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาได้ ซึ่งกรณีผู้แทนครูใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาที่เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นอกจากจะต้องโดนถอดถอนแล้ว จะต้องถูกดำเนินการทางวินัยด้วย ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่ได้เป็นข้าราชการ ทาง ก.ค.ศ.คงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้นอกจากการถอดถอน
การพิจารณาหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ ๑ ปี พ.ศ.๒๕๕๖
 นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ. กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ ๑ ปี พ.ศ.๒๕๕๖ ซึ่งคาดว่าจะจัดสอบในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมเหมือนเดิม (ขณะนี้มีอัตราว่าง ๖๖๖ อัตรา ใน ๘๓ เขตพื้นที่การศึกษา แยกเป็น สพป.๕๕ เขต และ สพม.๒๘ เขต) แต่จะแตกต่างจากการสอบครั้งที่ผ่านมา โดยจะให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษารวมกลุ่มกันดำเนินการจัดสอบ แบ่งเป็น ๑๒ กลุ่มตามเขตตรวจราชการ โดยให้ผู้ตรวจราชการ ศธ. ประสานและกำกับดูแลในการจัดสอบด้วย พร้อมทั้งกำหนดหลักสูตรการสอบแข่งขันที่จะให้มีการสอบสัมภาษณ์ด้วย แต่ที่ประชุมเห็นว่าผลต่างคะแนนสอบสัมภาษณ์แต่ละรายไม่ควรเกิน ๕ คะแนน และให้สอบพร้อมกันทั้ง ๓ ภาค คือ ภาค ก. ข. และ ค. โดยจะให้สถาบันอุดมศึกษาเป็นผู้ออกข้อสอบ จัดส่งข้อสอบ ตรวจกระดาษคำตอบ และประมวลผลการสอบ และให้สมัครสอบได้เพียงเขตพื้นที่การศึกษาเดียวเท่านั้น ไม่ให้สมัครสอบซ้ำ หากตรวจพบว่าไปสมัครสอบหลายแห่งจะถูกตัดสิทธิ์ในการบรรจุแต่งตั้ง
อนุมัติตั้งอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
 เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า ที่ประชุมอนุมัติตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับการเลือกตั้งและมีคุณสมบัติตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด จำนวน ๔ ราย เป็นอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้
๑. นายกุลชร เหลืองสุดใจชื้น  เป็นอนุกรรมการผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต ๑
๒. นายมนต์ชัย จันทนะกูล  
เป็นอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑
๓. นายแสนสุข ชัยสวัสดิ์  
เป็นอนุกรรมการผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต ๓
๔. นายเมธี วงษ์หอย  
เป็นอนุกรรมการผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๗
อนุมัติตั้งอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ
ที่ประชุมอนุมัติตั้งอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ ที่ ก.ค.ศ.ตั้ง ตามมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ จำนวน ๒ ราย ดังนี้
๑. รศ.ทวี เชื้อสุวรรณทวี เป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ เกี่ยวกับวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
๒.
 นายออน กาจกระโทก เป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ จำนวน ๓ คณะ คือ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ เกี่ยวกับตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา,  อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ เกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ,  อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ เกี่ยวกับการกำกับ ติดตาม และประเมินผลการบริหารงานบุคคล

สำนักงานรัฐมนตรี ศธ



สมัครติว/เข้าห้องสอบออนไลน์ฟรี ได้ที่ "ติวสอบดอทคอม" หรือ


ติวสอบดอทคอม "

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

สรุป ทุจริต สอบครูผู้ช่วย + สอบครู เม.ย.56


โปรแกรมติวสอบครูผู้ช่วย ปี 2556

โดย "ติวสอบดอทคอม"

สมัครติว/เข้าห้องสอบออนไลน์ฟรี ได้ที่ "ติวสอบดอทคอม" หรือ

(แจ้งยืนยัน)

จุด 11 จ.นครราชสีมา พุธ 3 - พฤหัสบดี 4 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมราชพฤกษณ์

จุด 12 จ.ขอนแก่น  ศุกร์ 5 - เสาร์ 6 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมแก่นนคร
จุด 13 จ.สุรินทร์ จันทร์ 8 - อังคาร 9 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมเพชรเกษม

จุด 14 จ.ปราจีนบุรี พุธ 10 - พฤหัสบดี 11 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมโซเฟีย
จุด 15 จ.สงขลา  อังคาร 16 - พุธ 17 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมหาดใหญ่เซ็นทรัลโฮเต็ล
จุด 16 จ.ร้อยเอ็ด  เสาร์ 20 - อาทิตย์ 21 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมสาเกตุนคร
จุด 17 จ.พิษณุโลก เสาร์ 27 - อาทิตย์ 28 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมไพลิน
จุด 18 จ.เลย เสาร์ 4 - อาทิตย์ 5 พฤษภาคม 2556 
ณ โรงแรม....
จุด 19 จ.สกลนคร เสาร์ 11 - อาทิตย์ 12 พฤษภาคม 2556 
ณ โรงแรมอิมพีเลียล


บอร์ด ก.ค.ศ.ถกปมทุจริตครูผู้ช่วยยาวถึง 5 ชม.ก่อนตัดสินโยนเผือกร้อนให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เชือดแทน อ้าง ไร้อำนาจสั่งแต่งตั้ง โยกย้ายคนในเขตพื้นที่ “เสริมศักดิ์” เผยเตรียมส่งข้อมูลหลักฐาน และคะแนนสอบของ 486 คนที่สูงผิดปกติใน 129 เขต 68 จ.ให้เขตพื้นที่ฯภายใน 3 วัน พร้อมขีดเส้นตายให้สอบเสร็จภายใน 15 วัน ลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู รอ 18 วันรู้ผลแน่
       
       วันนี้ (22 มี.ค.) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานซึ่งใช้เวลาประชุมนานเกือบ 5 ชั่วโมงเพื่อพิจารณาเรื่องทุจริตสอบครูผู้ช่วย ว่า ที่ประชุมได้หารือกันถึงเรื่องการยกเลิกผลสอบในเขตพื้นที่การศึกษาที่พบการทุจริตสอบชัดเจน หรือยกเลิกผลสอบเป็นรายบุคคลในกรณีที่พบหลักฐานยืนยันการทุจริตชัดเจนแล้วซึ่งได้ข้อสรุปว่า อำนาจในการบริหารบุคคลในพื้นที่ทั้งอำนาจแต่งตั้ง โยกย้าย ถอดถอน เป็นอำนาจโดยตรงตามกฎหมายของคณะอนุกรรมการ ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งบอร์ด ก.ค.ศ.มีอำนาจแค่กำกับดูแลการดำเนินการของ อ.ก.ค.ศ.เท่านั้น ไม่มีอำนาจสั่งการโดยตรงว่าให้ยกเลิกการบรรจุผู้ผ่านการคัดเลือกแม้จะพบหลักฐานทุจริตชัดเจน เพราะฉะนั้น บอร์ด ก.ค.ศ.จึงมีมติให้ส่งคะแนนของผู้ผ่านการคัดเลือกที่สูงผิดปกติจำนวน 486 คน พร้อมข้อมูลและหลักฐานต่างๆ ไปยังเขตพื้นที่การศึกษาต้นสังกัด ซึ่งครอบคลุมทั้งหมด 129 เขตพื้นที่ฯ ใน 68 จังหวัด
       
       “ข้อมูลสำคัญที่จะส่งให้ คือ คะแนนของผู้เข้าสอบซึ่งอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รวมถึงข้อมูลและหลักฐานต่างๆ ที่กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในส่วนกลางตั้งขึ้นไปตรวจสอบและรวบรวมมาได้ โดยกำหนดให้ส่งข้อมูลไปยังเขตพื้นที่ฯ ภายใน 3 วัน จากนั้นให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ไปดำเนินการสอบสวนให้เกิดความชัดเจนและได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน รวม 18 วัน ซึ่งถ้าพบว่าผู้ผ่านการคัดเลือกรายใดทุจริตสอบ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ต้องออกคำสั่งให้ออกจากราชการ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มาตรา 30 (3) ว่า ผู้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูจะต้องไม่เป็นผู้ทุจริตในการสอบ และมาตรา 49 ว่า ถ้าบรรจุเป็นข้าราชการครูแล้วภายหลังพบว่าขาดคุณสมบัติก็สามารถให้ยกเลิกการสอบได้” รมช.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า แม้ว่าการสอบสวนจะเป็นดุลพินิจของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ แต่ถ้าบอร์ด ก.ค.ศ.เห็นว่าผลสอบของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ขัดแย้งกับข้อมูลก็สามารถสั่งให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ กลับไปตรวจสอบใหม่ได้
       
       นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเขตพื้นที่ฯ 4 เขตที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ชี้ว่าพบการทุจริตชัดเจนรวมทั้ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครปฐม เขต 2 ที่พบหลักฐานการทุจริตสอบชัดเจนเช่นกันนั้น ก็ให้ดำเนินการตามแนวทางข้างต้นเช่นเดียวกัน เพราะตามกฎหมายบอร์ด ก.ค.ศ.ไม่มีอำนาจสั่งการโดยตรงให้ยกเลิกการบรรจุข้าราชการครูในพื้นที่ ต้องเป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอนซึ่งเมื่อครบกำหนด 18 วันนับจากวันนี้แล้วจะมีความชัดเจนอย่างแน่นอน รู้ว่าใครบ้างที่จะถูกยกเลิกการบรรจุเพราะทุจริตสอบ
       
       ด้านนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ.กล่าวว่า สำหรับการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งกำหนดจัดสอบในเดือนช่วงเดือนเม.ย.นั้น จะยังคงกำหนดสอบช่วงเดิม แต่บอร์ด ก.ค.ศ.ได้มีมติปรับเปลี่ยนวิธีการคือจัดกลุ่มจังหวัดการสอบใหม่ยึดตามเขตพื้นที่ตรวจราชการของ ศธ.โดยมีผู้ตรวจราชการ ศธ.ที่รับผิดชอบกลุ่มจังหวัดนั้นเป็นประธานคณะกรรมการจัดสอบ ส่วนข้อสอบนั้นก็ให้เขตพื้นที่ฯ ตามกลุ่มจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการโดยไปประสานให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่เป็นผู้ออกข้อสอบ
       
       ด้านนางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวว่า ข้อกังวลว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ จะช่วยเหลือผู้ทุจริตและอาจมีการสรุปผลสอบ สวนทางกับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของส่วนกลางจริงนั้น ถ้ามีการตรวจสอบพบว่า เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ก.ค.ศ.มีอำนาจในการถอดถอน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ทั้งคณะ โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นผู้แทนข้าราชการครูจะต้องได้รับโทษทางวินัยด้วย
       
       นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ที่จะต้องชี้ขาด โดย สพฐ.จะส่งเรื่องไปให้เขตพื้นที่รีบดำเนินการกลับมาโดยเร็ว แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อส่งเรื่องไปให้แล้ว อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯจะตัดสินอย่างไรก็ได้ เพราะเราก็ยังต้องตรวจติดตามอยู่ เนื่องจากข้อมูลที่จะส่งไปโดยเฉพาะคะแนนก็มีจุดบ่งชี้ที่ชัดเจน คือ คะแนนสูงผิดสังเกต ซึ่งที่ผ่านมาเขตพื้นที่ไม่เคยเห็นคะแนนมาก่อน ดังนั้น ถ้าเขตพื้นที่ฯได้เห็นคะแนนทั้งหมดก็จะรู้ทันทีว่าคนที่สอบได้คนไหนที่น่าสงสัย
ASTV

สมัครติว/เข้าห้องสอบออนไลน์ฟรี ได้ที่ "ติวสอบดอทคอม" หรือ

ติวสอบดอทคอม "

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

ซีเมค


โปรแกรมติวสอบครูผู้ช่วย ปี 2556

โดย "ติวสอบดอทคอม"

สมัครติว/เข้าห้องสอบออนไลน์ฟรี ได้ที่ "ติวสอบดอทคอม" หรือ

(แจ้งยืนยัน)


จุด 8 จ.นครปฐม เสาร์ 23 - อาทิตย์ 24 มีนาคม 2556 ณ โรงแรมเวล

จุด 9 จ.บุรีรัมย์ เสาร์ 30 - อาทิตย์ 31 มีนาคม 2556 
ณ โรงแรมเทพนคร
จุด 10 จ.อุบลราชธานี  จันทร์ 1 - อังคาร 2 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมปทุมรัตน์
จุด 11 จ.นครราชสีมา พุธ 3 - พฤหัสบดี 4 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมราชพฤกษณ์
จุด 12 จ.ขอนแก่น  ศุกร์ 5 - เสาร์ 6 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมแก่นนคร
จุด 13 จ.สุรินทร์ จันทร์ 8 - อังคาร 9 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมเพชรเกษม
จุด 14 จ.ระยอง พฤหัส 11 - ศุกร์ 12 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมสตาร์
จุด 15 จ.สงขลา  อังคาร 16 - พุธ 17 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมหาดใหญ่เซ็นทรัลโฮเต็ล
จุด 16 จ.ร้อยเอ็ด  เสาร์ 20 - อาทิตย์ 21 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมสาเกตุนคร
จุด 17 จ.พิษณุโลก เสาร์ 27 - อาทิตย์ 28 เมษายน 2556 
ณ โรงแรมไพลิน
จุด 18 จ.เลย เสาร์ 4 - อาทิตย์ 5 พฤษภาคม 2556 
ณ โรงแรม....
จุด 19 จ.สกลนคร เสาร์ 11 - อาทิตย์ 12 พฤษภาคม 2556 
ณ โรงแรมอิมพีเลียล

รมว.ศธ.เข้าร่วมการประชุมสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม - นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมการประชุมสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สภาซีเมค) ครั้งที่ ๔๗ (47th SEAMEO Council Conference: SEAMEC) ระหว่างวันที่ ๑๙–๒๑ มีนาคม ๒๕๕๖ ที่กรุงฮานอย โดยมีกระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรมแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Ministry of Education and Training: MOET)เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรมแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามได้รับเลือกเป็นประธานสภาซีเมค พร้อมทั้งเป็นประธานการประชุมในครั้งนี้ โดยมีภารกิจที่สำคัญตามลำดับดังนี้
ในการประชุมครั้งนี้ รมว.ศธ.ไทยจะได้รับเลือกเป็นรองประธานการประชุม โดยมีภารกิจสำคัญในการเข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมรัฐมนตรีศึกษา(Ministerial Round-table Meeting) เพื่อหารือประเด็นสำคัญที่มีความสนใจร่วมกันในภูมิภาค ๒ เรื่อง ได้แก่ Building ‘a Learning Society’ in Southeast Asian Countries และ Joint Efforts by SEAMEO Member Countries in Support of ASEAN Community by 2015 and Beyond นอกจากนี้ จะได้รับมอบเหรียญเกียรติยศด้านการศึกษา พร้อมทั้งร่วมลงนามในแถลงการณ์ยุทธศาสตร์ความร่วมมือของซีมีโอต่อการพัฒนาในระดับภูมิภาคร่วมกับประเทศสมาชิกซีมีโอด้วย ซึ่งจะเป็นโอกาสของ รมว.ศธ.ไทยที่จะผลักดันให้ประเทศไทยมีบทบาทในการกำหนดยุทธศาสตร์และข้อริเริ่มใหม่ๆ เพื่อดำเนินกิจกรรมและโครงการด้านการศึกษาที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อประเทศไทยและประเทศสมาชิกซีมีโอในอนาคต
นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.๒๕๕๘ ประเทศไทยได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาซีเมค ครั้งที่ ๔๘ โดย รมว.ศธ.ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานสภาซีเมคในระหว่างปี ๒๕๕๘๒๕๖๐ และทำหน้าที่ประธานการประชุมสภาซีเมค ครั้งที่ ๔๘ ที่ผ่านมาประเทศไทยได้เคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาซีเมคมาแล้ว ๗ ครั้ง ครั้งล่าสุดคือจัดขึ้นในปี ๒๕๕๒ ที่จังหวัดภูเก็ต
ารประชุมสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือการประชุมสภาซีเมค (Southeast Asian Ministers of Education Council: SEAMEC) เป็นการประชุมของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยรัฐมนตรีศึกษาของประเทศสมาชิก ๑๑ ประเทศ สมาชิกสมทบ ๗ ประเทศ หน่วยงานที่เป็นสมาชิกสมทบ ผู้อำนวยการศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอ สำนักงานเลขาธิการซีมีโอ เจ้าหน้าที่และผู้สังเกตการณ์จากองค์กรบริจาคและองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นทุก ๒ ปี โดยมีวัตถุประสงค์ของการประชุมเพื่อกำหนดนโยบายภายใต้กรอบความร่วมมือซีมีโอ เพื่อรับทราบความก้าวหน้า ผลสำเร็จ และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน กิจกรรม และโครงการในปีที่ผ่านมา และเพื่อพิจารณาแนวทางในการพัฒนาความร่วมมือทางการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมระหว่างประเทศสมาชิกซีมีโอ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางด้านการศึกษาต่อไป
แถลงการณ์ยุทธศาสตร์ความร่วมมือของซีมีโอต่อการพัฒนาในระดับภูมิภาค
 ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ ที่กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม   รมว.ศธ.ร่วมลงนามในแถลงการณ์ยุทธศาสตร์ความร่วมมือของซีมีโอ ต่อการพัฒนาในระดับภูมิภาค และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีการลงนามประกาศรับสหราชอาณาจักรเข้าเป็นประเทศสมาชิกสมทบ
รมว.ศธ. กล่าวว่า ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ยุทธศาสตร์ความร่วมมือของซีมีโอต่อการพัฒนาในระดับภูมิภาค (SEAMEO Statement on SEAMEO’s Strategic Collaboration Towards Regional Development) กับ H.E. Pehin Abu Bakar Apong รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของบรูไนดารุสซาลาม ในฐานะประธานสภาซีเมค และประเทศสมาชิกซีมีโอ รวม ๑๑ ประเทศ โดยแถลงการณ์ดังกล่าว เป็นการนำเสนอเป้าหมายขององค์การซีมีโอในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนด้านยุทธศาสตร์ และการแบ่งปันความชำนาญและทรัพยากรของศูนย์ระดับภูมิภาคซีมีโอ เพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิกซีมีโอในการบรรลุเป้าหมายการศึกษาระดับชาติ และการพัฒนาในภูมิภาค ซึ่งเป้าหมายนี้กำหนดให้มีระยะดำเนินการระหว่างปี ๒๕๕๖๒๕๖๓ โดยมีประเด็นสำคัญ ๖ ประการ ดังนี้
● การสร้างสรรค์และดำเนินโครงการที่เป็นนวัตกรรม และมีความยั่งยืน
● การดำเนินโครงการร่วมกับรัฐบาลของประเทศต่างๆ รวมทั้งหุ้นส่วนด้านการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน
● การทำงานร่วมกับอาเซียนเพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาในเรื่องของมาตรฐานการรับรองคุณวุฒิและวิชาชีพ
● การส่งเสริมตราสัญลักษณ์ขององค์การซีมีโอที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มประเทศที่ร่วมดำเนินโครงการด้วย
● การดำเนินความร่วมมือกับอาเซียนโดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญที่มีความสนใจร่วมกัน
● การใช้ค่านิยมหลักขององค์กรเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อเป็นตัวอย่างในเรื่องของการเคารพต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม และความเป็นพลเมืองที่ดี
นอกจากนี้ รมว.ศธ.ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีการลงนามประกาศรับสหราชอาณาจักรเข้าเป็นประเทศสมาชิกสมทบ (Proclamation on the United Kingdom as Associate Member of the Southeast Asian Ministers of Education Organization) ซึ่งการรับสหราชอาณาจักรเข้าเป็นประเทศสมาชิกสมทบในครั้งนี้ เป็นการมุ่งส่งเสริมสัมพันธภาพในการดำเนินความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อบรรลุผลสำเร็จในเรื่องของสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคง โดยผนึกความร่วมมือในการผลักดันการดำเนินกิจกรรมด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม และมุ่งขยายโอกาสความร่วมมือกับประเทศอื่นที่มีเจตนารมณ์เพื่อมีส่วนร่วม ในการดำเนินกิจกรรม นอกเหนือไปจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หารือทวิภาคีไทย-ฟิลิปปินส์
 ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ (ช่วงค่ำ) ที่กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม   รมว.ศธ. ได้หารือทวิภาคีกับ H.E. Br. Armin A. Luistro Fsc รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของฟิลิปปินส์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในการดำเนินความร่วมมือด้านการศึกษา
รมว.ศึกษาธิการของฟิลิปปินส์ ได้กล่าวชื่นชมประเทศไทยในเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะนโยบายแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนประถมศึกษาปีที่ ๑ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มในการจัดการศึกษาในอนาคต ซึ่งจะเน้นการนำเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์มาใช้ในการศึกษามากขึ้น นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงนโยบายการปรับเวลาการเรียนในห้องเรียนให้ลดลง และการเพิ่มสัดส่วนอัตราการเข้าเรียนในสายอาชีพและสายสามัญเป็น ๕๐:๕๐
รมว.ศธ. กล่าวว่า การให้เด็กนักเรียนไทยได้รับแท็บเล็ตตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ ๑ เพื่อต้องการช่วยให้นักเรียนได้มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม แท็บเล็ตก็ยังไม่สามารถนำมาทดแทนตำราเรียนได้ จึงยังคงมีการแจกตำราเรียนควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้ ในปีการศึกษา ๒๕๕๖ จะขยายการแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
ส่วนประเด็นการปรับลดเวลาเรียน ศธ.ได้ยึดตามมาตรฐานของยูเนสโกเป็นหลัก และจากการสำรวจประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่วนใหญ่นักเรียนจะใช้เวลาเรียนน้อย เพื่อให้เด็กมีเวลาในการค้นคว้าหาความรู้และคิดค้นมากขึ้น
นอกจากนี้ การที่ครูฟิลิปปินส์เข้ามาสอนในประเทศไทยจำนวนมาก และเห็นว่าขณะนี้ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายฟิลิปปินส์กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการจัดทำความตกลงในเรื่องการแลกเปลี่ยนครู ซึ่งทั้งสองประเทศเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่จะช่วยให้ครูมีประสบการณ์ในการทำงานต่างประเทศ ได้เกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน ครูเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนเป็นทูตทางการศึกษาที่ทำให้เกิดมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน ทั้งนี้ ศธ.กำลังดำเนินการเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี คาดว่าภายในเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ จะสามารถลงนามความร่วมมือการแลกเปลี่ยนครูระหว่างประเทศทั้งสองได้
การหารือในครั้งนี้ รมว.ศธ.ได้ยกประเด็นความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของไทย ซึ่งมีนโยบายในการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน รวมทั้งการปรับเปลี่ยนการเปิด-ปิดภาคเรียน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายของนักเรียนนักศึกษา พร้อมทั้งควรมีการกำหนดประเภทวีซ่า สำหรับนักเรียนนักศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่จะเข้ามาเรียนด้วย
ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กล่าวเปิดการประชุมว่า นโยบายสำคัญของเวียดนาม คือ การส่งเสริมให้ประชาชนได้รับการศึกษาโดยเฉพาะที่ได้ทำจนประสบความสำเร็จมาหลายปี คือประชาชนในทุกจังหวัดของเวียดนามเข้าถึงการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ๑๐๐% สิ่งที่เวียดนามได้พัฒนาคุณภาพการศึกษาจนโดดเด่น คือ การศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา ซึ่งเวียดนามพยายามผลักดัน ขยายการอบรม เพื่อพัฒนานักเรียน นักศึกษา รวมถึงบุคลากรตามกรอบแนวทางที่ซีมีโอวางไว้ รวมไปถึงการส่งเสริมการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย
ภายหลังพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ รมว.ศธ. กล่าวแถลงการณ์ในการประชุมเต็มคณะ ช่วงที่ ๑ ว่า ขอแสดงความยินดีต่อ H.E. Prof. Dr. Pham Vu Luan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรมแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สภาซีเมค) และประธานการประชุมสภาซีเมค ครั้งที่ ๔๗ โดยเชื่อมั่นว่าภายใต้การบริหารงานและการเป็นผู้นำของประธานสภาซีเมคคนใหม่ จะนำพาองค์การนี้ให้ยังคงดำเนินแนวทางที่ดีและมีคุณค่านานัปการต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภูมิภาค นอกจากนี้ยังได้กล่าวชื่นชม H.E. Pehin Abu Bakar Apong รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการบรูไนดารุสซาลาม ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาซีเมค อย่างดีเยี่ยมในช่วงสองปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และได้กล่าวต้อนรับสหราชอาณาจักรสู่การเป็นสมาชิกสมทบของซีมีโอด้วย
คุณภาพนับว่าเป็นหัวใจของการศึกษาในโลกปัจจุบัน การพัฒนาการศึกษาในทุกแขนงและการสร้างความมั่นใจว่าประชาชนในภูมิภาคจะสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและเสมอภาคได้อย่างทั่วถึงนั้น ต้องอาศัยการดำเนินข้อพันธกิจที่เข้มแข็งและการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกซีมีโอให้มากขึ้น การขยายความร่วมมือระหว่างซีมีโอ อาเซียนและประเทศคู่เจรจา จะช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาและเสริมสร้างขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต ทั้งนี้ประเทศไทย  ยังมุ่งให้ความสำคัญต่อการกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศในภูมิภาค เพื่อเป็นการย้ำความเชื่อมั่นว่าประชาชนทุกคน รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้ทุพพลภาพและชนกลุ่มน้อย สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้ ในส่วนของประเทศไทยที่ได้ดำเนินความร่วมมือกับซีมีโอ อาเซียน และยูเนสโก เพื่อการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ที่ห่างไกลและการเร่งรัดความก้าวหน้าด้านการศึกษาเพื่อปวงชนนั้น ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพหลัก ๒ โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนในชนบทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโครงการการจัดการศึกษา การดูแล และการให้บริการการปรึกษาสำหรับเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อ HIV และเอดส์
รมว.ศธ.ได้ประกาศให้ที่ประชุมทราบว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ กระทรวงศึกษาธิการไทยจะมอบรางวัล “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” ให้แก่ครูผู้ทุ่มเทปฏิบัติงานและมีผลงานดีเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันก่อให้เกิดคุณประโยชน์ในวงกว้างต่อการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งการมอบรางวัลนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเจริญพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา และการอุทิศพระองค์เพื่อพัฒนาการศึกษาของไทยด้วย นอกจากนี้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หัวข้อ “แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดต่อความยั่งยืนเพื่อการพัฒนาการศึกษา” ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งการจัดประชุมดังกล่าวจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาในภูมิภาค รวมทั้งยังส่งเสริมความเข้าใจและเสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาค เพื่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘
สำหรับความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการดำเนินตามพันธกิจที่ได้เห็นพ้องร่วมกัน เพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษและเป้าหมายการศึกษาเพื่อปวงชนภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยเป้าหมายสองประการนี้ได้เสนอวิสัยทัศน์ในระยะยาวในเรื่องการขจัดความยากจน ความเสมอภาคทางเพศ การส่งเสริมสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น วาระการศึกษา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ในฐานะที่เป็นประชาชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่ระยะเวลาที่เหลืออีกไม่ถึง ๓ ปี ของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ประเทศสมาชิกต้องร่วมกันดำเนินต่อไป เพื่อให้บรรลุต่อประเด็นท้าทายต่างๆ ในระดับภูมิภาคและระดับโลก และเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของรากฐานความสมานฉันท์ทางสังคมของภูมิภาค ด้วยความร่วมมือในการสร้างประชาคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน และการมุ่งแก้ไขประเด็นการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่เร่งด่วน ทั้งนี้  ประเทศไทยมีความภูมิใจที่ได้ร่วมดำเนินงานกับซีมีโอและศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอ รวมถึงศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอว่าด้วยการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นใหม่ที่เวียดนามตามข้อริเริ่มของ H.E. Prof. Dr. Pham Vu Luan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรมแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคอื่น
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมกับซีมีโอในการผลักดันความร่วมมือระดับภูมิภาคด้านการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาซีเมค ครั้งที่ ๔๘ แทนสาธารณรัฐสิงคโปร์ซึ่งมีกำหนดจัดงานเฉลิมฉลองเอกราช ครบรอบ ๕๐ ปี ในปีเดียวกัน โดยได้ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมการประชุมที่ประเทศไทยอีกครั้ง
รมว.ศธ. กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบร่วมกันในหลายประเด็น โดยประเด็นที่มีการวิพากษ์จากมุมมองของข้อเสนอคณะรัฐมนตรีศึกษาของประเทศสมาชิกซีมีโอ คือการให้ความสำคัญเป็นพิเศษในเรื่องการจัดการศึกษาตลอดชีวิต โดยเห็นว่าควรกำหนดเป้าหมายเฉพาะกลุ่มไม่ใช่คนทั้งหมด ซึ่งในแง่ของคนทั้งหมดนั้นต้องใช้กระบวนการการศึกษามาเป็นตัวกระตุ้นให้คนเห็นความสำคัญ เช่น ประเทศลาวได้ยกตัวอย่างว่า ระหว่างการศึกษาและการทำงานหาเลี้ยงชีพ ประชาชนของลาวจำนวนหนึ่งให้ความสำคัญกับการหาเลี้ยงชีพมากกว่า เป็นต้น ในด้านของการศึกษาจะเห็นได้ว่า หากประชาชนมีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองก็จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการกระตุ้นให้คนตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาและหาทางเพื่อเข้าสู่การศึกษา ซึ่งในขณะนี้เทคโนโลยีสารสนเทศมีส่วนช่วยให้คนได้เข้าถึงการศึกษามากขึ้น ซึ่งในบางประเทศอาจประสบปัญหาเพราะไม่มีเทคโนโลยีรองรับ
ในส่วนของประเทศไทยได้เสนอว่า ในแต่ละปีประเทศไทยรวมถึงประเทศต่างๆ ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อพัฒนา Software และ Application ด้านการศึกษา ฉะนั้นแต่ละประเทศน่าจะร่วมมือกันในเรื่องดังกล่าว หรือหากประเทศใดที่พัฒนาไว้อยู่แล้วอาจจะนำมาขายในราคาย่อมเยา ซึ่งวิธีการนี้จะเกิดประโยชน์ต่อผู้ผลิตและผู้ใช้ ซึ่งจะช่วยให้การศึกษาตลอดชีวิตเป็นไปได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามคนในวัยทำงานควรจะต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มผู้สูงอายุที่จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น ก็ต้องสามารถที่จะสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ มิฉะนั้นเด็กรุ่นหลังก็จะแบกรับคนกลุ่มนี้ไว้ซึ่งหากสามารถจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาให้ผู้สูงอายุสร้างรายได้เลี้ยงตนเองได้ก็จะช่วยประเทศเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปในอีก ๒ ปีข้างหน้า จะต้องมีการพัฒนากระบวนการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาอาเซียน ซึ่งหลายประเทศพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่ที่สำคัญที่จะเกิดขึ้น คือ การทำให้คนในกลุ่มประเทศอาเซียนมีจิตใจเป็นหนึ่งและร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกัน ซึ่งการจะไปสู่จุดนั้นได้ต้องใช้การศึกษาเป็นตัวขับเคลื่อน เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ โดย ศธ.ได้เสนอให้นักเรียนมีโอกาสไปเรียนในกลุ่มประเทศอาเซียนและซีมีโอ แม้จะไปเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ แต่เด็กก็จะได้โอกาสเรียนรู้ภาษาถิ่นรวมถึงวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ด้วย ทำให้เด็กเหล่านั้นเกิดความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน และไม่ว่าจะไปอยู่ประเทศใดในอาเซียนเราก็คือประเทศเดียวกัน จึงจำเป็นที่จะต้องมีการร่วมหาวิธีการเพื่อส่งเสริมเรื่องดังกล่าว
รมว.ศธ.เวียดนาม กล่าวว่า ในฐานะประธานศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยการเรียนรู้ตลอดชีวิตของซีมีโอ (SEAMEO Regional Centre for Lifelong Learning : CELLL) จะให้ความสำคัญเร่งด่วนเพื่อส่งเสริมการทำงานของศูนย์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้คนได้เรียนรู้ตลอดชีวิต โดยจะประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของศูนย์ภายในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ และจะเดินทางไปยังศูนย์และเครือข่ายต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อประสานงานสนับสนุนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดผลในทางปฏิบัติมากขึ้น
สำหรับการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน จะกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวคนในวงการการศึกษา แต่จะไม่ละทิ้งความแตกต่างของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อให้เกิดการรวมตัวเป็นหนึ่งและมีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว โดยแต่ละประเทศก็ต้องไม่ละทิ้งความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองเช่นกัน







สมัครติว/เข้าห้องสอบออนไลน์ฟรี ได้ที่ "ติวสอบดอทคอม" หรือ

ติวสอบดอทคอม "

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค
พัฒนาความรู้ครูผู้ช่วย 4 ภาค

ห้องสนทนา บน facebook

ห้องสนทนา บน facebook
ห้องสนทนาติวสอบดอทคอม

ข้อสอบออนไลน์ "ติวสอบดอทคอม" ชุดใหม่

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค

แจ้งย้ายเว็บไปที่ www.tuewsob.com

คู่มือเตรียมสอบผู้บริหาร ภาค ก ข ค (ปรับปรุงใหม่)

รวม เล่ม + แผ่นพับ + ชีตช่วยจำ + DVD เนื้อหา + เสียงบรรยาย + EMS = 800 บาท
สนใจ คู่มือ ภาค ก ข ค ผู้บริหาร คลิ๊กเลย

สั่งจอง... โอนเงินเข้าชื่อบัญชี นายนิกร เพ็งลี ธนาคารกรุงไทย สาขาจอหอ บัญชีเลขที่ 341-1-38912-5 โอนเงินแล้วกรุณาโทรแจ้ง
0872494141 หรือ 0839660030

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร
คู่มือ เตรียมสอบผู้บริหาร

ติวสอบออนไลน์ บน facebook

ติวสอบออนไลน์ บน facebook
ติวสอบออนไลน์ บน facebook

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม
คลังหนังสือ ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม

ติวสอบดอทคอม
ติวสอบดอทคอม